เมื่อเร็วๆนี้ได้อ่านบทความเกี่ยวกับอาชีพคนทำอนิเม (Animator) กับคนพากย์อนิเม (Seiyuu/Voice actor) ที่ญี่ปุ่น แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ

ที่มาของบทความ
http://forums.animesuki.com/showthread.php?t=28856 The industry, lifestyle, and wage
http://www.riuva.com/?p=111 Seiyuu and animators are slaves, not stars

ขอยกออกมาแปลเฉพาะในส่วนที่คิดว่าน่าสนใจละกัน

คนทำอนิเมเป็นทาส

ผลสำรวจโดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริเดลี่ http://www.animenewsnetwork.com/article.php?id=7729 (กลุ่มตัวอย่าง อนิเมเตอร์ 83 คน)
- ชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ย 10.2 ชั่วโมงต่อวัน โดย 49.5% รู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้รับไม่พอใช้ และ 90% รู้สึกว่าผลตอบแทนและสวัสดิการไม่เพียงพอ
- 65% ของอนิเมเตอร์มีรายได้ต่ำกว่า 3 ล้านเยนต่อปี (ประมาณ 9แสนบาท) ในขณะที่จาก salary.com อนิเมเตอร์ที่อเมริกา มีรายได้ประมาณ $55,000 ต่อปี (2.2 ล้านบาท)
- แต่ถ้าเป็น storyboard animators ผลตอบแทนจะยิ่งต่ำลงไปอีก เพราะจะได้รับเป็นค่าวาดเฟรมละประมาณ 187 เยน (56 บาท, โดยเฉลี่ยวาดได้ประมาณไม่เกิน 20 เฟรมต่อวัน) และ 73.7% ของอนิเมเตอร์ประเภทนี้มีรายได้น้อยกว่า 1 ล้านเยนต่อปี (330,000 บาท)

Kj1980 เสริมว่า อนิเมเตอร์ถือว่าเป็นอาชีพระดับล่างในสังคมญี่ปุ่น คนพวกนี้ทำงาน 20+ชั่วโมงต่อวัน แทบจะกินนอนอยู่ที่อ๊อฟฟิศ มีรายได้น้อยกว่าพนักงานที่แม็คโดนัลด์ และไม่เคยได้รับส่วนแบ่งกำไรจากอนิเมที่ตัวเองทำเลยแม้แต่เยนเดียว

สภาพการทำงานของอนิเมเตอร์ จากข้อมูลของ Dafool ซึ่งอยู่ในวงการอนิเมฟิลิปปินส์ (เราคิดว่าบางอย่างออกจะเว่อร์เกินไปหน่อย แต่ก็น่าจะเป็นความจริงพอสมควร)
- คุณอยากจะกินอยู่หลับนอนอยู่ในสตูดิโอที่ทำงาน โดยกลับบ้าน (ถ้ามีโอกาสได้กลับ) เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์รึเปล่า
- คุณอยากจะเป็นเพื่อนกับ กาแฟ โคล่า ไก่ทอด ฮอทดอท7-11 และบุหรี่ไปตลอดหรือเปล่า
- คุณอยากจะทำงานแทบตาย เพียงเพื่อจะพบว่าต้องมานั่งทำใหม่ เพราะระดับสูงบอกว่าไม่ชอบ หรือพวกสมองนิ่มบางคนเผลอลบไฟล์ทิ้งไป
- คุณอยากจะได้รับการยืนยันว่าหลังจากโปรเจ็คท์นี้จบแล้ว ไม่มีใครจะการันตีว่าคุณจะมีงานทำต่อไปไหม
- คุณอยากจะทำงานในบรรรดาหมู่คนที่การศึกษาต่ำ และเคยใช้ยาเสพติดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตหรือเปล่า

Eggplant ซึ่งอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นให้เหตุผลเกี่ยวกับสภาพการทำงานของอนิเมเตอร์เพิ่มเติมไว้ (ซึ่งดู realistic กว่าคนอื่นๆในความคิดของเรา)

สภาพการว่าจ้างงานของพวกอนิเมเตอร์ถือเป็นเรื่องปกติ และถูกกฎหมาย เพราะอยู่ภายใต้สภาวะของสัญญาจ้างทำของ ซึ่งอยู่นอกเหนือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ดังนั้น การจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำและชั่วโมงการทำงานเกินกว่าปกติจึงไม่เข้าข่าย คนเหล่านี้นอกจากจะเคยชินกับกฎระเบียบของบริษัทและการถูกบังคับให้ทำงานจนกว่าจะได้ครบตามโควต้า ยังต้องอยู่กับความคิดที่ว่าตนเองอาจจะถูกไล่ออกจากงานได้ทุกเมื่อ หากไม่เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาแม้แต่เพียงนิดเดียว อนิเมเตอร์ถือว่าเป็นแรงงานที่หาใหม่ได้ เพราะมักจะมีคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว พร้อมที่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้อยู่เสมอ

แต่ถ้าเปรียบเทียบกับความบันเทิงอย่างอื่น ต้นทุนในการผลิตอนิเมเรื่องหนึ่งๆนั้นสูงมาก โดยส่วนใหญ่เป็นค่าแรงของการวาดภาพด้วยมือ เรื่องนี้เป็นปัญหามานานแล้ว Mushi productions อนิเมสตูดิโอแห่งแรกของอ.เทสึกะ โอซามุ ต้องลดต้นทุนในการผลิตเพื่อให้อนิเมคงมีอยู่ต่อไปในอนาคต สตูดิโออื่นๆดำเนินรอยตาม และในที่สุดสภาพการทำงานอันเลวร้ายก็กลายเป็นเรื่องปกติในวงการอนิเม เรื่องนี้รู้กันแค่ในวงในอยู่เป็นเวลานาน ราวกับว่าสตูดิโอทุกแห่งรวมหัวกันเพื่อปิดบังความดำมืดของอุตสาหกรรมนี้

อ.เทสึกะ ได้รับการชื่นชมในแง่ของผลงาน และความทุ่มเทที่มีให้กับอุตสาหกรรมอนิเมมากเกินกว่าใครๆ แต่ท่านก็เป้นศูนย์กลางของปมขัดแย้งในวงการนี้ด้วย แม้แต่ผู้กำกับฮายาโอะ ยามาซากิ ผู้มีชื่อเสียง ก็ยังวิพากษ์วิจารณ์แนวทางของอ.เทสึกะในเรื่องนี้


นักพากย์การ์ตูน (seiyuu) ก็ไม่ใช่ดารา
(เรื่องนี้เราไม่ค่อยได้ติดตามมาก เลยขอยกเฉพาะประเด็นบางอย่างขึ้นมาละกันนะคะ)
- นักพากย์ได้รับค่าจ้างประมาณ 12,000 เยนต่อ 1 episode (ยังไม่หักภาษี และค่าคอมมิชชั่นของเอเจนซี่) ไม่ว่าจะมีบทพูดแค่ประโยคเดียวหรือเป็นร้อยคำ ก็ได้รับค่าจ้างเท่ากัน (อันนี้ข้อมูลสองคนขัดกัน คนหนึ่งบอกว่า 2-3พันเยนต่อ 1 ตอน อีกคนบอกว่า 10,000 บางคนว่า 12,000 เราเลยขอใส่ 12,000 ไปก่อน) รายได้เฉลี่ยตกประมาณ 60,000 เยนต่อเดือน
- นักพากย์ส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในสังกัดของเอเจนซี่ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจในการต่อรองงาน กุมลิขสิทธิ์ทั้งหมด และสามารถตั้งค่าแรงเท่าไหร่ก็ได้ นอกเสียจากว่านักพากย์คนนั้นจะมีชื่อเสียงจนกระทั่งออกไปยืนด้วยตัวเอง
- นักพากย์ส่วนใหญ่ต้องมีอาชีพเสริม เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสริฟอาหาร, ทำงานร้านสะดวกซื้อ, หรือพากย์เสียงในอนิเม H หรือ เกม H
- Eggplant อธิบายขั้นตอนการเข้าสู่อาชีพนักพากย์ว่า ก่อนอื่นต้องมีพื้นฐานเรียนการละครมาสองปี แล้วไปรับการฝึกจากเอเจนซี่ในโตเกียวอีกประมาณ 2-3 ปี กว่าจะได้เริ่มงานพากย์ใดๆทั้งสิ้น ส่วนใหญ่แล้วประมาณ 1% เท่านั้นที่จะมีพรสวรรค์เข้าตากรรมการ (ปีหนึ่งๆมีคนจบจากโรงเรียนสอนการพากย์เกินหมื่นคน)

ที่ตลกดีคือคนที่เขียนบทความนี้บอกว่า

กระทู้นี้ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจขึ้นมาเยอะเลยว่า การตั้งใจเรียนหนังสือ จบการศึกษาได้วุฒิสูงๆ ศึกษาภาษาที่สองให้เชี่ยวชาญ และเป็นพนักงานบริษัทนั้นดีกว่าเป็นไหนๆ อย่างน้อยก็ในแง่ของตัวเงิน ดีกว่าจะหลับหูหลับตาไล่ตามความฝัน ในอนิเมมักจะมีคำคมประมาณว่า "ถ้าเธอไม่หยุดที่จะฝัน เธอก็จะไม่มีวันล้ม" หรืออะไรเพ้อๆที่ฟังแล้วดูดีแต่ใช้ไม่ได้ผลในความเป็นจริง

ในใจจริงของเราคิดว่า ของแบบนี้ขึ้นกับพรสวรรค์ ความตั้งใจ และโชค จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ต้องผ่านขั้นตอนที่ไม่สวยหรูด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ชีวิตคนทำอนิเมที่ญี่ปุ่นอาจจะรันทดมากกว่าในบางแง่มุม (คิดว่าของเมืองไทยก็อาจจะไม่ต่างกัน? ใครรู้แชร์ประสบการณ์กันบ้างก็ดีนะคะ) แต่ก็คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ตรงที่อาจจะทำให้คนที่คิดจะเข้าไปในวงการนี้ได้หยุดคิดใคร่ครวญก่อน มองให้เห็นทั้งด้านมืดด้านสว่าง แทนที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความฝันเพียงอย่างเดียว โดยไม่ลืมตามองความจริง

Comment

Comment:

Tweet

#48 By (177.71.53.42|95.211.218.103, 177.71.53.42) on 2014-07-27 22:42

#47 By (120.202.249.198|120.202.249.198) on 2014-07-27 22:40

#46 By (187.53.61.105|187.53.61.105) on 2014-07-27 22:34

#45 By (119.46.110.17|119.46.110.17) on 2014-07-26 16:30

#44 By (177.130.158.53|177.130.158.53) on 2014-07-26 16:29

#43 By (85.28.10.73|85.28.10.73) on 2014-07-26 16:28

#42 By (187.32.220.130|187.32.220.130, 187.32.220.130) on 2014-07-26 10:38

#41 By (162.13.1.33|162.13.1.33) on 2014-07-25 03:57

#40 By (177.180.6.40|95.211.218.103, 177.180.6.40) on 2014-07-25 03:56

Very nice site!

#39 By (46.181.153.43|95.211.218.103, 46.181.153.43) on 2014-07-24 20:58

Very nice site! cheap goods http://yieopxa2.com/yxyaovx/4.html

#38 By (171.100.59.30|95.211.218.103, 171.100.59.30) on 2014-07-24 20:53

#37 By (41.231.53.40|95.211.218.103, 41.231.53.40) on 2014-07-24 20:48

#36 By (58.65.241.6|95.211.218.103, 58.65.241.6) on 2014-07-24 16:44

#35 By (197.254.192.20|95.211.218.103, 197.254.192.20) on 2014-07-23 02:24

#34 By (41.231.53.40|95.211.218.103, 41.231.53.40) on 2014-07-21 20:09

#33 By (41.220.28.51|95.211.218.103, 127.0.0.1, 41.220.28.51) on 2014-07-20 12:00

#32 By (68.68.77.36|68.68.77.36) on 2014-07-20 11:57

#31 By (88.149.174.29|95.211.218.103, 88.149.174.29) on 2014-07-19 05:17

#30 By (37.239.46.18|37.239.46.18) on 2014-07-19 05:17

#29 By (41.231.53.41|95.211.218.103, 41.231.53.41) on 2014-07-19 05:17

#28 By (195.154.68.29|95.211.218.103, 195.154.68.29) on 2014-07-18 23:23

Im thankful for the post. Great. gbbakfbcgeegcade

#27 By (191.101.2.37|148.251.92.48, 191.101.2.37) on 2014-07-17 23:47

คิดแล้ว...ลำบากจริงๆเลยค่ะ ยิ่งอนิเมเตอร์นี่สิ T T

#26 By KlΪзωzΛ on 2011-12-04 12:16

แอบรู้สึกเหมือนตัวเองโง่งมงายอยู่เลยล่ะค่ะ... ไม่เคยรู้เลยจริงๆว่างานสายที่ตัวเองอยากจะทำมันเป็นแบบนี้..

#25 By (118.173.9.73) on 2011-04-22 21:54

ค่ะน่าสงสารจังนะค่ะ

เเต่การเป็นนัหพากย์การ์ตูนเป็นความฝันของเเคๆ

เพราะเเคๆชอบดูการ์ตูนเป็นชิวิตจิตใจ

ตอนดูการ์ตูนเเล้วได้ยินเสียงคนพากย์ ได้รับอารมณ์

ได้รับความรู้สึกี่ผู้พากย์ส่งมาถึงคนดูอย่างเรานี่

รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเลยค่ะ เพราะว่าเค้าทำอารมณ์

ได้ประทับใจมากเลยล่ะค่ะ

เเต่มารู้อย่างได้เเล้วก็สับสนจังค่ะ

ว่าจะเดินตามความฝันของตัวเอง

หรือจะเลือกทางที่ดีที่สุด

เเคๆน่ะอยากให้ความสุขกับทุกคนที่ดูการ์ตูน

ถ้าใครเคยดูการ์ตูน..มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย

ใช่มั๊ยค่ะ

#24 By แคๆ (118.174.60.176) on 2010-08-26 17:43

โอ..เรื่องจริงหรอคะเนี่ย

อ่านดูแล้วรู้สึกจะบอกแต่แง่ลบนะคะ รู้สึกหดหู่จัง

เราขอนำไปแปะในบอร์ดได้ไหมคะ เดี๋ยวใส่เครดิตให้ค่ะ

#22 By I'm WindCK on 2009-10-11 17:10

งั้นเปลี่ยนจาก animator มาเป็น janitor ดีไหมคะ เงินเดือน 4800 บาท ตื่นแต่ตี 5 มาทำงานเปิดออฟฟิศแต่ 6 โมงเช้า ใครใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำ ล้างส้วม เดินหนังสือ ล้างจาน ซักม่าน เช็ดกระจก ซื้ออาหารเครื่องดื่ม กลับบ้าน 6 โมงเย็น กว่าจะถึงบ้าน 3 ทุ่ม ตีห้าก็ต้องตื่นมาทำงานอีก วันเสาร์ทำครึ่งวัน เสาร์บางเสาร์ถ้าพวกท่าน ๆ นัดให้มีการประชุมก็ต้องทำเต็มวัน sad smile

#21 By ปังปอนด์ (61.90.73.8) on 2009-08-08 21:23

เคยได้ข่าวเหมือนกันว่าบริษัทอนิเมที่ญี่ปุ่นหลายแห่งกำลังขาดทุนอย่างหนัก
เพราะยอดขายดีวีดีอนิเมต่อเรื่องได้แค่หมื่นกว่าแผ่น
(แผ่นนึงแพงมาก ขนาดคนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยซื้อกันเลย)
ซึ่งรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีนโยบายบีบพนักงานออก
เพื่อให้บริษัทยังคงอยู่ได้
น่าสงสารอนิเมเตอร์จังเลยค่ะ เหนื่อยก็เหนื่อย

เคยดูเบื้องหลังFMAมาเหมือนกัน โหดมาก
จากที่ทำมาทั้งหมดหลายเดือน ต้องมาแก้ใหม่ทั้งหมดภายในสองเดือนก่อนวันฉาย
แล้วดูคนดูสิ นั่งดูกันแป๊บเดียวจบ กว่าเค้าจะวาดได้ซักฉากแต๊ๆ

ส่วนเรื่องเกี่ยวนักพากย์ญี่ปุ่นนี่ เคยอ่านมาเยอะแล้วจนรู้สึกรันทดแทน
ไม่น่าเชื่อว่ากว่าจะไต่เต้ามามีชื่อเสียงแนวหน้าได้นี่
เหมือนกับต้องเกิดมาเพื่อเป็นแบบบอร์นทูบีเท่านั้นเลยจริงๆ
ไม่งั้นไม่มีทางได้เป็นสินะ

คนที่ได้ทำงานที่ตนเองรัก และค่าตอบแทนจากงานนั้นสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้นี่ คงเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแล้วล่ะค่ะ

ว่าแต่ คุณจขบ.ใช่คุณชิฮาย่าที่วาดภาพประกอบหัวขโมยแห่บารามอสเวอร์ชั่นแรกรึเปล่าอ่ะคะ?? embarrassed cry Hot!
เราเป็นคนนึงที่มีคนใกล้ตัวทำอาชีพนี้อยู่ ตอนนี้เค้าก็ยังทำอยู่ แต่บอกว่า ดูเหมือนเค้าจะมีความสุขกับงานมาก (แต่นก่อนหน้าที่จะได้งาน เค้าก็ได้วิจัยฝุ่นอยู่กับบ้าน 2-3 ปีเหมือนกัน) เค้าทำอนิเมชั่นอยู่เรื่องนึง อาจจะเป็นเพราะได้ทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ด้วย เงินเดือนเลยได้ค่อนข้างเยอะ (บอกได้แค่ว่าราวๆหมื่น) ซึ่งตอนนี้เค้าคนนั้นก็ยังทำงานด้านนี้อยู่ เราว่าเรื่องทำงานจนถึงขนาดค้างที่ทำงาน....เราคิดว่าพวกที่ทำงนด้านนี้ไม่ค่อยแปลกค่ะ เพราะเหมือนงานเค้าจะหนักแล้วก็ตองเร่งให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด (ใครได้ดูเบื้องหลังของ FMA the movie ก็คงพอจะเข้าใข -"-! ) มันก็คงจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ

เราเห็นด้วยกับคุณจิฮายะน่ะค่ะ ว่าเรื่องพวกนี้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ ความตั้งใจและโชค และใจรักจริงๆ เพราะคนที่เรากล่าวถึงก็ไม่ได้จบด้านศิลปะมาเลย (แต่ตอนม.ปลายก็ได้เรียนพวกดรออิ้ง และเป็นคนที่วาดรูปเก่งมาก)เราก็ไม่นึกวาเค้าจะไดทำงานด้านนี้แบบที่เค้าเคยหวังเอาไว้จริงๆเพราะช่วงตอนนั้นอนิเมชั่นเป็นอะไรที่ยังเงียบๆอยู่เลยค่ะ แต่ต่อมาก็ได้มีการเปิดคอร์สสอนอนิเมชั่นแบบสั้นๆเค้าก็ไปเรียนและหลังจากนั้นได้ลองสมัครงานดู ก็ปรากฏว่าเค้าก็รับค่ะ (แต่มันเป็นอนิเมชั่น 3D)

#12 By Chabo - กล่องสีชมพู (202.41.187.246) on 2006-08-22 16:13

ไม่มีอาชีพไหนที่ทุกคนทำแล้วรุ่งเรืองและรับประกันว่าเพียวก้าวเข้ามาแล้วจะได้ดีหรอกเนอะ (นอกจากเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ) มันก็ต้องมีดาวเด่น ดาวด้อย

ดาวเด่นก็ต้องได้รับชื่อเสียง เงินทอง และหน้าตา เป็นจุดสนใจให้คนอื่นน้ำลายไหลฝันหวานอยากดำเนินรอยตาม แต่ดาวด้อย(ประมาณ98%)ที่อยู่อับแสงคือพวกที่ไม่ดัง งานไม่ได้รับความนิยม อดมื้อกินมื้อ =,.=;;;

ขนาดเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ญี่ปุ่นก็ใช่ว่าต้องมีโอกาสที่ดีเสมอไปด้วยซ้ำ อย่างน้อยเรารู้จักชื่อนักวาดประมาณ100กว่าคนเป็นอย่างมาก จากบรรดานักเขียนล้านๆคนที่นู่น....

ชีวิตไม่ได้หวานๆอย่างที่คิด

แต่แอบสงสัยว่า อย่างน้อยการวาดภาพก็เป็นอาชีพที่ต้องการทักษะระดับนึง(และคิดว่าค่อนข้างสูงทีเดียว ถ้าเจ้าของเรื่องไม่อยากได้ภาพบูดๆเบี้ยวๆ พระเอกมีนิ้ว6นิ้ว....) มันน่าจะได้ค่าแรงสูงกว่าแรงงานไร้ทักษะนะคะ?(พวกใช้แต่แรง เช่นพนักงานทำความสะอาด พนักงานล้างจาน)

#11 By EGUANAฟ้าประทาน on 2006-08-21 14:24

อ.เทสึกะ โอซามุ

สะดุดกึกกับชื่ออ.ท่านนี้-*-

ว่าแต่..เพิ่งรุ้นะครับเนี่ย โห...

#10 By 【いくみ】 on 2006-07-19 03:16

อ่านของเขาแล้วเหมือนงานอนิเมเตอร์เป็นงานเลเบอร์เลย ถ้าอย่างนั้น อยู่ญี่ปุ่นคงไม่รุ่งแน่ เพราะค่าครองชีพสูง มิน่าเลย outsource ตลอด ^^; แต่วงการบ้านเราอาจจะไม่เป็นงี้ก็ได้นะ เพราะค่าครองชีพเรายังต่ำกว่าเขา

#9 By chihaya on 2006-06-19 13:37

มุ่ยว่าก็ดีคับคือ
ตรงที่ว่าคนที่อยากเปน
หรือทำงานด้านนี้จะได้เตรียมใจไว้
ถ้าไม่ไหวก็จะได้กลับลำแต่แรก

แต่ว่าไปๆมาๆ รุสึกว่าอาจจะทำให้คนที่อยากเปนอนิเมเตอร์น้อยลงอะไรงี้แหะ
อ่านแล้วรุสึกรันทดสุดๆเลย
จะว่าไปคิดว่าเปนเพราะค่าครองชีพที่นู่นสูงด้วยส่วนนึงน่าจะเปนอย่างงั้น

#8 By MEISANMUI™ on 2006-06-19 10:07

มุ่ยคุง อยากที่เขียนไว้ พี่คิดว่า อาชีพทุกอย่างล้วนมีสองด้าน แน่นอนว่า ถ้าคนคิดอย่างคนเขียนบทความกันหมดคงไม่ดีแน่ แต่ถ้ามัวแต่เพ้อกันหมด สังคมก็คงมีปัญหาด้วยเหมือนกัน ต่างคนต่างจิตต่างใจนะ ของแบบนี้พี่คิดว่ามันขึ้นกับการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตน่ะ

บทความนี้เป็นการบอกในด้านลบอย่างแน่นอน ตั้งแต่หัวบทความแล้วล่ะ แต่ถ้าจริงมันก็เป็นการเอาสิ่งที่คนที่อยากจะเป็นอนิเมเตอร์จะต้องได้เจอให้รู้ตัวก่อน ให้เขามี reality check ก่อนว่า ความเสี่ยงของตัวเองมีขนาดไหน เต็มใจรับไหม ดีกว่าวิ่งเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แล้วเจ็บแอ้กทีหลัง พี่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจออกนะที่เขาเรื่องในวงการมาเล่าแบบนี้ (ถ้าจริง) เพราะไม่ค่อยมีให้อ่านกัน

#7 By chihaya on 2006-06-19 09:29

อ่านแล้วรู้สึกในบทความ
ใช้คำพูดแรงจังค่ะ

ฟังแล้วทำลายความฝันมากเลย
มุ่ยว่าคนที่มีชีวิตอยู่โดย
ไม่มีจุดหมายในชีวิต
อาจจะน่าเศร้ากว่าก็ได้
ไม่แน่คนทำอนิเมเตอร์พวกนั้น
อาจจะมีความสุขก็ได้นะ

โดยเฉพาะคอมเมนท์ของคนเขียนบทความ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่า เคยอยากเป็นหรือยากทำมาก่อนแต่พอไม่ได้เลือกในทางนั้นแล้วพูดเหมือนองุ่นเปรี้ยว แปลว่าไม่มั่นใจมาแต่แรก แล้วหาจุดที่ทำให่ตัวเองมั่นใจว่าอาชีพนี้มันดูแย่ เพื่อให้รู้สึกดีว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้มันถูกต้องแล้วมันดีแล้ว โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าอย่างน้อยในแง่ตัวเงิน.....ถ้าคนคิดอย่างนี้กันหมด
มุ่ยว่าสังคมแห้งแล้งขึ้นเยอะเลย.....


มุ่ยว่าบทความนี้ค่อนข้างเป็นความเห็นด้านเดียวค่ะคือด้านลบ ไม่บอกข้อดีเลย
แต่ด้านลบที่ว่าก็อาจจะจริงก็ได้แต่อ่านแล้วสงสารคนที่อยากจะเป็นอนิเมเตอร์มาก

#6 By MEISANMUI™ on 2006-06-19 08:21

แย่ที่สุดเลยนะ โลกนี้ไม่แฟร์จริงๆ

#5 By cinamania on 2006-06-14 16:03

เฮ้อ ชีวิตคนทำงานที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวทางด้านศิลป์ก็แบบนี้เองเหรอ น่าสงสารจัง

เลือกทำอาชีพเป็นคนรวยได้ไหมนิ เหอๆ

#4 By r a p p e l e r * on 2006-06-14 15:11

อ่านแล้วเศร้าใจแทนจริงๆ ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้เลยอ่ะ TT^TT

#3 By 『KANI★Aifrey』 on 2006-06-14 15:11

เรื่องนักพากย์นั้นพอรู้มาบ้าง แต่เพิ่งรู้เรื่องเกี่ยวกับอนิเมเตอร์ค่ะ อะไรจะรันทดขนาดนี้ อ่านแล้วไม่ต่างจากกรรมกรเลยค่ะ

#2 By ________ on 2006-06-14 15:06

น่าสงสารคนทำจัง

#1 By alienboon on 2006-06-14 14:57