อีกหนึ่งความเห็น

posted on 20 Aug 2006 19:56 by chihaya in Art

อ่านบ๊อกของมุ่ย และเกตุ ทำให้อยากจะพูดบ้าง แม้ว่าจะเป็นแค่คนตัวเล็กๆที่ใจรักศิลป์ แต่ไม่ได้เรียนทางศิลป์ และไม่ได้ทำงานทางศิลป์ ^^;

เราเห็นด้วยกับความคิดของมุ่ยนะที่ว่า แต่ละคนมีเป้าหมายในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และการที่จะมุ่งไปด้านใด ก็ควรจะมีเป้าหมายหรือจุดยืนที่ตนเองมุ่งมั่นเอาไว้ แม้แต่เรื่องที่ไม่ใช่งานศิลปะก็เช่นกัน

เราไม่เคยเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า งานด้านศิลป์ไม่มีศักดิ์ศรี เข้าใจล่ะว่า คนในสังคมส่วนใหญ่จะมีความคิดอย่างนี้ เราไม่สามารถที่จะห้ามความคิดของใครได้ ถ้าเรายอมรับ ก็เท่ากับจบกันเท่านั้นเอง เรารู้สึกว่า งานทุกชนิดเป็นงานที่มีศักดิ์ศรี และไม่น้อยหน้าอาชีพไหน ๆ หากผู้ที่ทำงานชนิดนั้น มีความเคารพและรู้ว่าเราทำสิ่งนั้นๆเพื่ออะไรไม่ว่างานใดก็มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้นเราไม่เคยทำงานศิลป์ชนิดไหน นอกจากวาดรูปสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่น (คะแนนวิชาศิลป์เกือบตกประจำ) เรื่องคนค่อนขอดว่าเลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่เราไม่คิดว่า คิดว่า คนที่ทำงานนี้โดยตรงน่าจะเจ็บมากกว่าละมัง แต่สำหรับเราแล้วมันก็ So what!? (เอ่อ แสดงความเป็น Generation X เต็มๆเลยเรา ^^;)

เราเป็นคนหนึ่งที่ได้เห็นวงการการ์ตูนบ้านเรามาตั้งแต่หนูจ๋า เบบี้ สุดสาครมาถึงลายเส้นไทยคอมิก จนถึงปรากฎการณ์โดสะพัดปัจจุบัน บอกได้เลยว่า ในช่วงสามสี่ปีมานี้ คือการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด อย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ยิ่งการที่สามารถทำงานนี้เป็นอาชีพได้ด้วยใจรักนั้น นับว่าเป็นโชคดีอย่างที่สุด ทุกครั้งที่ได้ยินว่ามีน้องคนไหนได้งานในสายที่ตัวเองชอบนั้น ก็ดีใจด้วยมากๆ เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่หวังจะเห็นวงการการ์ตูนบ้านเราเติบโตและขยายตัว แต่ที่ว่าจะเห็นทัศนคติเกี่ยวกับการ์ตูนของคนไทยเปลี่ยนแปลงได้นี่ น่าจะยังยากนะ คาดว่า ต้องรอคนอายุประมาณพวกมุ่ย เกตุ นี่แหละ โตขึ้นมาเป็นกำลังในการบุกเบิกเรารอมายี่สิบปีแล้ว (กรรม..แสดงความแก่มาเชียว) และก็เชื่อว่า รุ่นพวกน้องๆนี่แหละที่จะทำให้ความหวังของเราเป็นจริงได้ เพราะฉะนั้น สู้ต่อไปนะคะ =)

เราก็เห็นด้วยกับเกตุเหมือนกันว่า แต่ละคนมีจังหวะชีวิต และโอกาสที่ต่างกัน เพียงแต่ไม่ว่าเราจะเลือกทางที่พ่อแม่คาดหวัง หรือเลือกทางที่เราต้องการ เลือกตามกระแสสังคม หรือสวนกระแสสังคม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ขอให้เข้าใจในเหตุผลที่เราเลือก และไม่ใช่การหาข้ออ้างว่า เพราะคนอื่นทำให้เราต้องทำอย่างนี้ ผลสุดท้ายแล้ว ผู้ที่เลือกและมีชีวิตอยู่กับทางเลือก ก็คือตัวเราเท่านั้น

แต่เราก็ไม่ได้คิดว่า คนที่ไม่ไล่ตามความฝันของตนเองนั้นเป็นคนขี้ขลาด เห็นแก่เงิน หรืออยากได้หน้าได้ตาในสังคม ไปเสียทั้งหมด(แน่นอนล่ะว่ามี แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปตัดสิน)ตอนนี้เรานึกถึงคำพูดจากหนังเรื่อง The Magnificent Seven ขึ้นมาทันทีเลย ตอนที่พวกเด็กๆบ่นกับ O'Reilly หนึ่งใน The magnificent seven ที่ถูกคนในหมู่บ้านจ้างมาเพื่อสู้กับพวกโจร

Village Boy: We're ashamed to live here. Our fathers are cowards.

O'Reilly: Don't you ever say that again about your fathers, because they are not cowards. You think I am brave because I carry a gun?

Well, your fathers are much braver. Because they carry responsibility: for you, your brothers, your sisters, and your mothers. And this responsibility is like a big rock that weighs a ton. It bends and it twists them until finally it buries them under the ground. And there's nobody says they have to do this. They do it because they love you, and because they want to.

I have never had this kind of courage. Running a farm, working like a mule every day with no guarantee anything will ever come of it: this is bravery.

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เรานึกถึงคำพูดนี้ของโอ'ไรลีย์ แล้วก็ต้องรู้สึกประทับใจขึ้นมาทุกครั้ง การมีศักดิ์ศรีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกอาชีพไหน แต่ขึ้นอยู่กับการที่เราทำสิ่งต่างๆอย่างทุ่มเทแรงใจ รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และเพื่ออะไร ไม่ใช่เพียงแต่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ

นั่นต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ

Comment

Comment:

Tweet

นี่นุ้ยนะคะ (Koalanui) add บล็อกพี่กบไปแล้วนะคะ ^^ อ่านเอ็นทรี่พี่กบแล้วซึ้งค่ะ
ประทับใจมากค่ะ
ทั้งพี่กบ พี่มุ่ย และพี่เกตุ ตามอ่านมาหมดเลย

เพิ่งรู้ว่าพี่กบมีบล็อกด้วย ขอแอดด้วยนะคะ ติดตามงานพี่ตั้งแต่ที่พี่วาดรูปประกอบให้นิยายเรื่องหัวขโมยแห่งบารามอสค่ะ

นัทเป็นคนนึง ที่เลือกเดินในสายวิชาชีพ ค่ะ แต่ก็ยังได้ป้วนเปี้ยนเกี่ยวกับวงการการ์ตูนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ตอนแรก ก่อนที่จะไปอ่านบล็อกพี่มุ่ย
นัทรู้สึกท้อแท้เหมือนกันค่ะ ท้อแท้ในสายที่ตัวเองเรียนอยู่ เพราะรู้สึกเหมือนไม่ทันคนอื่นๆ ไม่มีแรงจูงใจ

พอได้มาอ่านบล็อกพี่ทั้งสามแล้ว

รู้สึกมีกำลังใจ
และรู้ตัวเองว่า ควรจะไปทางไหน ยังไง
เริ่มต้นยังไงดี แล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

#8 By Na - th (นัท) on 2006-08-22 19:06

K9 > ดีใจที่ยังมีคนคิดแบบนี้ค่ะ :D

เกตุ > ยินดีค่า คำพูดของโอไรลีย์นี่พี่ว่าเป็น quote ที่ดีที่สุดในเรื่องเลย เรื่องนี้นี่ฮอลีวู้ดสร้างมาจากหนังเก่าของคุโรซาวะด้วยนะ แต่ไม่เคยดู เลยไม่แน่ใจว่า quote นี่มาจากทางยุ่นหรืออเมริกาคิดเอง

แยม > รุ่นบุกเบิกก็จะลำบากหน่อยอย่างนี้แหละ แต่ยังดีกว่า ยุคก่อนบุกเบิกนะ 5555 ทำอะไรไม่ได้ก็เป็นกำลังใจให้ละกัน ขอให้พบโอกาสดีๆนะคะ <3 พี่ก็รอดูความสำเร็จของน้องๆเน้อ

มุ่ย > ไม่ว่าจะวงการไหนก็ต้องมีเรื่องกดดันทั้งนั้นแหละมุ่ย อย่างที่พี่ทำอยู่ก็เป็นวงการของผู้ชาย พอเราเข้ามาทำ ก็จะเกิดอาการตัดสินไปต่างๆนานา แรงกดดันแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน แต่ก็ต้องอดทนนะ มุ่ยสู้ๆ

เห็นเม้นต์มุ่ยใน 100 brands แล้ว ขอบคุณที่เม้นต์บ๊อกนะค้า <3

กิ้งก่า > โลกมันเป็นจริงอย่างที่กิ้งก่าว่าเลย มองได้ปรุโปร่งดีมาก 555 ชอบจัง อ่านแล้วเพลิน

ความฝันที่ต้องทำร้ายตัวเองหน่อยๆ ถึงจะประสบความสำเร็จก็มีนะ ไม่งั้นโลกนี้คงไม่มี แวนโก๊ะห์ เอดิสัน หรือเบโธเฟน

แต่อย่างที่กิ้งก่าบอก ไม่ใช่ว่าใครๆก็สามารถจะเป็นคนเหล่านั้นได้ทุกคนไป

พี่คิดว่าเรื่องวัดศักดิ์ศรีที่ตัวเงินหรือชื่อเสียงมันเป็นกันทั่วโลกมานานแล้ว อยู่ในวิสัยของมนุษย์แหละ เปลี่ยนยาก

#7 By chihaya on 2006-08-22 09:43

พึ่งรู้ว่าพี่กบมีบลอก addนะค้า

ไปอ่านเอนทรี่อนิเมเตอร์กับนักพากย์แล้วจั่วความคิดเห็นลงไปแล้วนะคะ ^^@

กิ้งก่าว่าคนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก สายที่ตัวเองถนัด แล้วได้รับผลตอบแทนที่ดี อาจจะมีชื่อเสียงเป็นของแถม นับเป็นสุดยอดชีวิตในฝันเลย แต่ความจริงคงมีไม่กี่คนที่ได้รับพรแบบนั้น

เคยเห็นนักล่าฝันที่ได้รับฝันในกำมือ เขาจะพูดหวานมากๆว่า"เพราะผมต่อสู้อุปสรรค บลาๆ เป็นความฝันแต่เด็ก บลาๆ" เล่าอดีตที่หวานหอมหรือทุกข์ตรมมากมาย แล้วนิทานชีวิตก็จบลงที่เขาประสบความสำเร็จ

ก็แน่จิ คุณประสบความสำเร็จแล้วนี่นา =[]=; ที่มาเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว กลายเป็นฮีโร่ในตำนวนกับคนที่ฝันอยากเป็นอย่างเขามั่ง ยิ่งทุลักทุเลมาก่อน ยิ่งกระตุ้นความฝันของคนฟัง"ว่าเราจะได้เป็นอย่างเขามั่ง"

จนลืมหันไปฟังตำนานของคนที่เดินทางเดียวกันแต่ล้มเหลวซึ่งมีจำนวนมากมายหว่าหลายพันเท่า

ความสำเร็จมันอยู่ที่ ผีมือ จังหวะ โอกาส และโชคจริงๆค่ะ กิ้งก่าเห็นว่า แค่ความจริงจัง ฝันไกล หรือบางทีความพยายามก็ผลักดันไปได้ไม่มาก ไม่ได้อยากมองโลกในแง่ร้าย บางคนได้จังหวะที่ดีไปโลดลิ่วก็มี แต่ก็อยากให้เพื่อใจไว้หน่อย แบกความฝันก็ใช่ว่าจะเดินได้ไกล บางที่ความสำเร็จก็ไม่ได้อยู่ที่ปลายความพยายามเหมือนกัน โลกก็เป็นแบบนี้...

เพราะบางคนพยายามมากแต่ว่าฝีมือไปไม่ถึง หรือมีฝีมือแต่ไม่มีโอกาส มันต้องมีอะไรสักอย่างมาขัดมาแย้ง ส่วนคนที่จะได้จังหวะดีๆที่ทุกอย่างเจอกันพอเหมาะพอเจาะแล้วพุ่งโลด ก็มี แต่กิ้งก่าคิดว่าน้อยกว่าเยอะ...

"ทำตามความฝัน" กิ้งก่าก็ชอบ ถ้ามีโอกาสพุ่งได้ พุ่งไปเลย แต่กิ้งก่าอยากให้มองความเป็นจริงด้วยเหมือนกันนะ ถ้าทำตามความฝันแต่เราต้องเจ็บ หรือเลี้ยงตัวเองไม่ได้ รายได้ชนเดือน เวลาบาดเจ็บจะเอาเงินที่ไหนรักษา? บลาๆ เห็นคนอุดมการณ์จ๋าจนอดข้าวตายแล้วก็....เฮ้อ แต่จะนั่งจองจำตัวเองกับงานที่ทำแล้วเครียดๆๆ"เกลียดเฟร้ยย"แต่เงินสูงก็ใช่ที่...

อยากได้ทางสายกลาง เช่นทำงานที่มั่นคงก่อน ถ้ามีเวลาเหลือก็ทำงานที่รัก หรือว่าทำงานแล้วเก็บเงิน จนคิดว่าชีวิตเราสามารถอยู่ได้ไม่เดือดร้อน ก็มาทำงานที่รัก

กิ้งก่าว่าความฝันจะมีคุณค่าถ้าไม่ทำร้ายตัวเอง

และความฝันที่ไม่ทำร้ายตัวเอง คือความฝันที่มองเห็นความเป็นจริง

ปล. เรื่องศักดิ์ศรี กิ้งก่าว่าคนไทยวัดกันที่ความสำเร็จนะ ยุ่นก็ไม่น่าต่างกัน แต่ก่อนนักเขียนการ์ตูนบุกเบิกที่ยุ่นก็คงมีคนดูถูกเหมือนกัน แต่พอมีคนที่ดังระดับโลกและหารายได้เป็นล้านๆ เขาก็มีคนนับหน้าถือตา ศักดิ์ศรีก็ตามมา

ศักดิ์ศรีสำหรับตัวเอง ศักดิ์ศรีในสายตาคนอื่น มีในใจให้มั่นคง มีในคนอื่นเพื่อความยอมรับ ถ้าทุกสายพอเหมาะกันก็จะเป็นเรื่องดีเนอะ

(ฝากฝังให้มีคนบุกเบิกชื่อเสียงเพื่อวงการข้างหน้าต่อไป เอิ้กๆ ^^)

#6 By EGUANAฟ้าประทาน on 2006-08-21 14:52

กำ เริ่มมั่ว 5555 พี่กบน่อ (พอดีเมื่อกี้ไปคอมเมนต์บล็อคเกตุมาเลยเมา)

#5 By MEISANMUI™ on 2006-08-21 03:40

ค่ะพี่

เรื่องศักดิ์ศรีมุ่ยก็คิดแบบนั้น
แต่เพราะคนที่คิดมีอยู่
มุ่ยก็เลยอยากออกมาพูด
และส่วนตัวเปนต้องทนกับการดูถูก
และกดดันทั้งคนจากคนในวงการ
และนอกวงการมาสักระยะหนึ่ง
ก็เลยทนไม่ไหว
อยากออกมาแสดงความคิดบ้าง
ขอบคุณพี่เกตุสำหรับความคิดเห็นค่ะ ตามอ่านบล็อคพี่เสมอ

#4 By MEISANMUI™ on 2006-08-21 03:39

ไม่เคยลบหลู่เจอขนาดคนทำงานด้านศิลปไม่มีศักดิ์ศรี
แต่เจอเจ็บๆ ที่เบากว่าหน่อยมาบ้างเหมือนกันค่ะ

อ่านบล้อกและรีพลายของหลายๆคนแล้วก็ได้หลายมุมมองดีค่ะ
เพราะตอนนี้กำลังเคว้งมากๆ อยุ่เหมือนกัน
ว่าจะไปทางไหนดี จบไปก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

ความฝันนั่นกินไม่ได้ ก็ยอมรับว่า
เป็นความจริงที่หลายคนยังคำนึงเมื่ออยู่ในสังคม
แต่ตอนนี้ก็พอจะมองได้ว่าเป็นยุคที่ gen
ใหม่กำลังจะสร้างโอกาส ก็ยังมีหวังอยู่บ้าง
ถ้าเราเกิดมาก่อนหน้านี้ ก็พอเข้าใจค่ะ
ว่าเขาลำบากกว่าเราขนาดไหน
ในยุคสมัยนี้ ตอนนี้ โอกาสมีมากขึ้นแล้ว

ส่วนตัว ตอนนี้ยังนับว่าโชคดี
ที่มีโอกาสที่ได้เรียนสิ่งที่ชอบ
ก็จะพยายาม และหาโอกาสดีๆ
ให้หยัดยืนทำในสิ่งที่ชอบต่อไปค่ะ

ชอบบทพุดที่พี่กบยกมาโดนใจมาก

#3 By STECHA ลา ล่า~ on 2006-08-21 02:38

ดีใจที่ตัดสินใจเขียนเอนทรีนั้นค่ะ
เพราะได้มุมมอง จากหลายๆคนเลย

ทั้งคำพูดพี่และของโอ

#2 By W★G on 2006-08-20 21:22

ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรกัน แต่สงสัย ใครเป็นคนบอกว่าคนทำงานศิลป์ไม่มีศักดิ์ศรีคะ? ในสายตาคนที่ไม่ได้ทำงานศิลป์อย่างเรา เรารู้สึกว่างานศิลป์มันเป็นสิ่งที่สั่งไม่ได้อย่างงานทั่วไป และคนที่ทำมันได้ก็ยอดมากเลยนะ

#1 By K9 on 2006-08-20 20:05