ได้มาจาก forward mail ลองอ่านดูแล้วไม่เจอชื่อผู้แปล แต่เคยอ่าน article นี้เป็นภาษาอังกฤษมาก่อน เลย search เจอที่ http://www.spapo.de/s014.html

====

โจทย์ข้อหนึ่งในข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนมีดังนึ้
"จงอธิบายว่าท่านจะใช้บารอมิเตอร์วัดความสูงของตึกระฟ้าได้อย่างไร"

รู้จักกันนะครับว่า บาร์รอมิเตอร์ นี่ก็คือเครื่องมือวัดความกดอากาศนั่นเอง
(อธิบายเพิ่มเติมก็คงต้องบอกว่า อากาศนั้นมันมีน้ำหนักหรือมีแรงกดนั่นเอง และแรงกดของอากาศนั้นเมื่ออยู่ในระดับความสูงที่เปลี่ยนไป ความกดอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย)

นักศึกษาคนหนึ่งเขียนคำตอบลงไปว่า
"เอาเชือกยาวๆ ผูกกับบารอมิเตอร์แล้วหย่อนลงมาจากยอดตึก แล้วก็เอาความยาวเชือกบวกความสูงบารอมิเตอร์ก็จะได้ความสูงของตึก"
.
.
.
.
.
ฟังดูเป็นอย่างไรครับคำตอบนี้

ผมฟังครั้งแรกผมยังอมยิ้มเลยครับ แต่อาจารย์ที่ตรวจข้อสอบไม่นึกขันอย่างผมด้วย อาจารย์ตัดสินให้นักศึกษาคนนั้นสอบตก นักศึกษาผู้นั้นยืนยันต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่า
คำตอบของเขาควรจะถูกต้องอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และคำตอบของเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยจึงตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาตัดสินเรื่องนี้ และในที่สุดคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกันว่า คำตอบนั้นถูกต้องอย่างแน่นอน แต่เป็นคำตอบที่ไม่แสดงถึงความรู้ความสามารถทางฟิสิกส์ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทางคณะกรรมการจึงให้เรียกนักศึกษาคนนั้นมา แล้วให้สอบข้อสอบข้อนั้นอีกครั้งหนึ่งต่อหน้า
โดยให้เวลาเพียง 6 นาที เท่ากับเวลาในการสอบข้อสอบเดิม เพื่อหาคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ทางด้านฟิสิกส์

หลังจากผ่านไป 3นาที นักศึกษาคนนั้นก็ยังนั่งนิ่งอยู่ กรรมการจึงเตือนว่า เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้วจะไม่ตอบหรืออย่างไร

นักศึกษาหัวรั้นจึงตอบว่า เขามีคำตอบมากมายที่เกี่ยวกับฟิสิกส์ แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้คำตอบไหนดี และเมื่อได้รับคำเตือนอีกครั้ง นักศึกษาจึงเขียนคำตอบลงไปดังนี้

1. ให้เอาบารอมิเตอร์ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกและทิ้งลงมา จับเวลาจนถึงพื้น, ความสูงของตึกหาได้จากสูตร H=0.5g*t กำลัง 2

2. หรือถ้าแดดแรงพอ ให้วัดความสูงบารอมิเตอร์แล้วก็วางบารอมิเตอร์ให้ตั้งฉากพื้น
แล้ววัดความยาวของเงาบารอมอเตอร์ จากนั้นก็วัดความยาวของเงาตึก
แล้วคิดด้วยตรีโกณมิติก็จะได้ความสูงของตึกโดยไม่ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยซ้ำ

3. หรือถ้าเกิดอยากใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มากกว่านี้ ก็เอาเชือกเส้นสั้นๆ
มาผูกกะบารอมิเตอร์แล้วแกว่งเหมือนลูกตุ้ม ตอนแรกก็แกว่งระดับพื้นดิน แล้วก็ไปแกว่งอีกทีบนดาดฟ้า ความสูงของตึกจะหาได้จาก ความแตกต่างของคาบการแกว่ง เนื่องจากความแตกต่างของแรงดึดดูดจากจุดศูนย์กลางของมวล คำนวณจาก T = 2 พาย กำลัง 2 รากที่ 2 l/g

4. ถ้าตึกมีบันไดหนีไฟก็ง่ายๆ ก็เดินขึ้นไปเอาบารอมิเตอร์ทาบแล้วก็ทำเครื่องหมายไปเรื่อยๆ จนถึงยอดตึกนับไว้คูณด้วยความสูงของบารอมิเตอร์ก็ได้ความสูงตึก

5. แต่ถ้าคุณเป็นคนที่น่าเบื่อและยึดถือตามแบบแผนจำเจซ้ำซาก คุณก็เอาบารอมิเตอร์วัดความดันอากาศที่พื้นและที่ยอดตึก คำนวณความแตกต่างของความดันก็จะได้ความสูง

6. ส่วนวิธีสุดท้ายง่ายและตรงไปตรงมาก็คือ ไปเคาะประตูห้องภารโรง [ไม่มีผ้าเหลืองนะ] แล้วบอกว่า อยากได้บารอมิเตอร์สวยๆ ใหม่เอี่ยมสักอันไหม ช่วยบอกความสูงของตึกให้ผมทีแล้วผมจะยกให้

!!!
.
.
.
นักศึกษาคนนั้นคือ นีล โบร์ (Niels Bohr)
ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีค.ศ.1922 ^^
=====

จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เท่ดี ^_-


edit @ 2006/10/03 13:49:00

Comment

Comment:

Tweet

บล็อกพี่กบ *จิ้มแอด*


มองต่างมุม - -+
ยอดเลย >[]<

#15 By hikaru on 2006-10-31 01:13

โค่ววววว =[]=;;;

ตอนแรกตอบเหมือนไม่รู้เรื่องฟิสิกส์หรือไม่รู้จักบารอนมิเตอร์เลย อ่านล่างๆถึงรู้ว่ารู้จักนี่หนา วิธีสุดท้ายนี่ เหมาะเป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารมากกว่าแหะ

ได้รางวัลโนเบล!! อยากรู้รายละเอียดสิ่งที่เขาวิจัยจนได้รางวัลจังแหะ 0_o

พูดแล้วคิดถึงไอนสไตน์ ที่ตอนแรกโดนครูปรามาสในมหาลัยว่าหัวทึบ เพราะโจทย์ง่ายๆแค่2+2=4 บางทีไอนสไตน์ตอบเป็น2เป็น3 และคิดวนเวียนว่าไม่เข้าใจ ทำไมถึงออกมา4

จนอาจารย์คนนึงมาเห็นที่เขาทดวิธีคิดว่าทำไม2+2เป็น4นี่แหล่ะ ถึงรู้ว่าเจ้าหัวฟูนี่อัจฉริยะ =[]=

สรุป อัจฉริยะต้องคิดไปไกลกว่าชาวบ้านก้าวนึงเสมอเนอะ (หรือคิดเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก)

#14 By EGUANAฟ้าประทาน on 2006-10-20 18:33

วิธีหาความสูงแต่ละวิธี ช่างคิดจริงๆเลย นับถือๆ

#13 By ~ยูกิ~ on 2006-10-04 02:53

เหมือนจะเป็นเรื่องจริง
เคยอ่านแล้วเหมือนกัน
นึกถึงที่อาจารย์บอกว่า
ผมอยากได้ผลลัพธ์เท่ากับ 100 แต่คุณมีหน้าที่ไปหาวิธีมา

#11 By W-mira-S on 2006-10-03 19:24

เคยอ่านแล้วเหมือนกันค่ะ เค้าว่าคนที่เก่งที่สุดคือคนที่คิดอะไรได้ง่ายที่สุด
แต่คนนี้มีฮาด้วย XD

#10 By W★G on 2006-10-03 15:56

อ่านแล้วอมยิ้มจริงๆแต่ละข้อ
อะไรก็คิดได้ XD ครีเอทมั่กเฮีย

#9 By STECHA ลา ล่า~ on 2006-10-03 15:33

เท่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ

#8 By Meiko S. on 2006-10-03 14:42

เคนอ่านแล้วแต่อ่านอีกก็ชอบ

#7 By เมพหมี shakri on 2006-10-03 14:38

อ่านแล้วรู้สึกดี

#6 By yatiko on 2006-10-03 14:12

เคยอ่านเหมือนกันยังนึกชมอยู่เลยว่าเก่งจริง คำตอบข้อ 5 แอบด่าคนอื่นด้วย อ่านแล้วนึกถึงคำที่เค้าว่าแมวจะเป็นสีอะไรก็ได้ ให้จับหนูได้ก็พอ

#5 By uregus on 2006-10-03 14:06

โห้ เทพจริง ๆ

#4 By คนธรรมดา on 2006-10-03 13:55

คนเรามักยึดติดกะวิชาการมากเกินไป

#3 By i'm reader. on 2006-10-03 13:53

คิดได้แบบนี้ มันสุดยอดไปเลยอ่ะ เจ็งจริง

#2 By yakcute on 2006-10-03 13:53

จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เท่ดี >>> เห็นด้วยอย่างแรง คนตอบแบบคิดอย่างเซียนจริง (ฮา)

เหนอะไรเป็นฟิสิกส์เกิดอาการหน้ามืดทุกที(ฮา)

#1 By chibi on 2006-10-03 13:52