ตั้งใจจะอัพเรื่อง กิจกรรมระหว่างเรียน แต่นึกอยากแปะนิทานเรื่องนี้ก่อน เรื่องนี้ได้มาจากอ.ที่เคารพท่านหนึ่ง อ่านแล้วตีความตรงๆคงไม่ได้อะไร แต่ถ้าอ่านแล้วคิดให้ลึกและกว้างจึงจะสมเจตนารมย์ผู้เล่าค่ะ

====================

โรงงานผลิตเบียร์ยี่ห้อหนึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตใกล้ล้มละลาย เถ้าแก่เจ้าของโรงงานจึงรู้สึกร้อนรนกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะพัฒนาคุณภาพของสินค้าอย่างไร กิจการก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นมาเลย

วันหนึ่ง เพื่อนของเถ้าแก่ได้มาเยี่ยมโรงงาน และให้คำแนะนำแก่เขาว่า

"เพิ่มวิตามินลงในเบียร์สิ แล้วติดฉลากกำกับเอาไว้ด้วย"

หลังจากที่ได้ทำตามคำแนะนำของเพื่อนเพียงไม่กี่อาทิตย์ กิจการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ ยังสามารถขยายโรงงานอีกทั้งเพิ่มผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมขึ้นมาอีกด้วย แต่ทว่า น้ำอัดลมชนิดใหม่นี้กลับเหมือนเบียร์ของเขาในอดีตที่ไม่อาจตีตลาดขึ้นมาได้

"เพิ่มวิตามินลงในเบียร์สิ แล้วติดฉลากบอกเอาไว้ด้วย" เพื่อนเถ้าแก่แนะนำอีก "รับรองต้องขายดีแน่!"

แล้วก็เป็นจริงดังว่า น้ำอัดลมของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

"ทำไมเจ้าวิตามินถึงมีคุณวิเศษเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วปริมาณที่ใส่ไปนั้นน้อยมากเหลือเกิน" เถ้าแก่ถามเพื่อนของเขาด้วยความฉงนสนเท่ห์

"ง่ายนิดเดียวเอง!" เพื่อนเถ้าแก่กล่าว "ทุกครั้งที่คนเราอยากดื่มเหล้า สามัญสำนึกก็มักจะฟ้องว่านั่นเป็นของมึนเมา เป็นสิ่งเสพติด แต่ความอยากนั้นยากที่จะข่มได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ความขัดแย้งก็บังเกิดขึ้นในจิตใจ แต่หลังจากที่เราได้เติมวิตามินลงไปแล้ว ทุกครั้งที่คนๆหนึ่งอยากดื่มเหล้า เขาก็สามารถที่จะบอกกับตัวเองว่า สิ่งที่เติมลงไปในนั้นไม่ใช่มีเพียงแต่เหล้าเท่านั้น ยังมีวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เมื่อนั้น ความขัดแย้งในจิตใจก็หมดไป สามัญสำนึกชูธงขาวต่อเหตุผลข้างๆคูๆที่มีตัณหาเป็นพื้นฐาน เบียร์จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า"

เพื่อนของเถ้าแก่จิบน้ำชาแกระหายก่อนพูดต่อไปอีกว่า
"ส่วนน้ำอัดลมก็เช่นเดียวกัน ในเวลาที่เด็กร้องขอเงินจากพ่อแม่เพื่อซื้อน้ำอัดลมนั้น พ่อแม่ก็มักจะพูดเสมอว่า แทนที่จะเอาแต่ดื่มน้ำผสมน้ำตาลที่ไร้คุณค่าอย่างนั้น มิสู้หาน้ำผลไม้ดื่มยังจะมีประโยชน์เสียกว่า เมื่อนั้น เด็กๆก็สามารถเถียงกลับไปว่า ในน้ำอัดลมก็มีวิตามินเหมือนกัน ถึงตอนนั้น แรงต้านก็อ่อนลง สุดท้าย ข้ออ้างบวกกับการรบเร้าจึงเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ ยังผลให้น้ำอัดลมขายดิบขายดี"

เพื่อนของเถ้าแก่สรุปเหตุผลของเขาด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
"ในเวลาที่มนุษย์จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น มักชอบที่จะสรรหาข้ออ้างหรือเหตุผลต่างๆนานา ที่ฟังดูมีน้ำหนักมาเข้าข้างตัวเองเพื่อให้เกิดความอุ่นใจว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูกต้อง และผมก็เพียงแต่สอนให้คุณหาข้ออ้างสูตรสำเร็จดีๆ เตรียมไว้ให้กับพวกเขาก่อนเท่านั้น!"

==============================

มนุษย์สมัยนี้ทำอะไรเป็นต้องอ้าง "เหตุผล"
ต้องมีเหตุผล!
ต้องดูสมเหตุสมผล!
แต่ก็มักเป็นเหตุผลที่ตั้งอยู่บนตัณหาของตนเสียส่วนใหญ่!
- อ.มัตตัญญุตา

Comment

Comment:

Tweet

โฮ้ว~~~~ล้ำลึกๆๆ ชอบบทความนี่มากค่า สะท้อนความจริงได้แสบสันต์ทีเดียว มีอะไรลอยตุบป่องๆในน้ำดำๆเหลืองๆมีฟองนั่นมั่งเราก็ไม่รู้จนกว่าจะมีอะไรเขียนบอกข้างกล่องล่ะนะ แล้วก็เป็นหน้าที่ของกรมอย.ต่อไปที่จะคอยเช็คว่ามันจริงหรือหลอก

ว่าไปแล้วเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือผลงานวิจัยสมัยนี้บางทีก็ถอนหายใจยาว ไม่กี่ปีก่อนเชียร์ให้กินแอปเปิ้ลเพราะวิตามินสูง หลังๆบอกว่าวิตามินในแอปเปิ้ลทำให้ฟันผุ กาแฟเอย ชอกโกแลต ไวน์แก้มะเร็ง บลาๆ แป๊บๆก็เปลี่ยนว่าดี แป๊บๆก็ว่าไม่ดี บางคนที่เชื่อสุดตัวก็เฮโลกินตาม บางทีก็เลิกกินไปเลยซะงั้น

สุดท้ายกิ้งก่ามองว่าอาหารทุกอย่างก็มีคุณประโยชน์และมีโทษควบคู่กันไป กินไม่มากเกิน-น้อยเกินก็ปลอดภัยละ ไม่จำเป็นต้องเฮโลกันมากขนาดนั้นก็ได้

หลังๆเราผูกใจกับข้อมูลกันมากเกินไปจนกลายเป็นตระหนก และก็น่าตำหนิฝ่ายที่ปล่อยข่าวออกมาที่ไม่ค่อยใช้จรรยาบรรณเท่าไหร่(เน้นความตื่นเต้นและตื่นตูมซะมาก)

#3 By EGUANAฟ้าประทาน on 2007-08-08 03:12

(T T) จริงค่ะพี่กบ
ปอนะ หลายครั้งมากเลยที่พอห้ามใจตัวเองไม่ไหว ก็จะพยายามบอกตัวเองว่า ก็มันมีเหตุผลแบบนี้ๆๆนะ... รู้ทั้งรู้ว่าหลอกตัวเอง แต่ก็ยังยอมให้กับเหตุผลหลอกๆนั่น ไม่เข้มแข็งเลย...

ว่าแต่ ตรงน้ำอัดลม พิมพ์ผิดนิดนึงนะคะ ' '-
พิมพ์ว่า เพิ่มวิตามินลงในเบียร์สิ แน่ะค่ะ

#2 By hikaru on 2007-07-26 19:29

คมมาก ได้คิดหลายแง่เลย