ตอนจบของ CSI 704 - Fannysmackin'

posted on 10 Aug 2007 09:28 by chihaya in Movies

สปอยเล็กน้อยสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู CSI 704 ชื่อตอน..ง่า..แบบขำมาก Fannysmackin ใคร้ช่างคิดชื่อฟะ!!! (fanny เป็นแสลงอังกฤษจ้า แปลว่าอะไรไปหาเอาเอง ไม่กล้าเขียน) ช่วงท้ายตอน สมาชิกในทีม CSI สรุปสาเหตุของเคสที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าคิดมาก

เรื่องย่อก่อน ตอนนี้ในเรื่องเกี่ยวกับ กลุ่มวัยรุ่นประมาณสิบกว่าคนที่รวมตัวกันแต่งชุดแฟนซีน่ากลัวๆ แล้วตระเวนไปทั่วเมือง โดยมุ่งทำร้ายนักท่องเที่ยวที่เดินทางตัวคนเดียว ด้วยการรุมสหบาทาเข้าใส่ เพื่อความสะใจ

จากนี้เป็นสปอย

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

เคสจบ จับตัวคนร้ายได้ครบ แคทเธอรีนบอกสมาชิกในทีมว่า ในกลุ่มคนร้ายที่จับได้นั้นส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 มีแค่ไม่กี่คนที่เป็นนักศึกษา

นิค : คบเพื่อนไม่ดี มั่วสุมในแหล่งอบายมุขล่ะสิ การโกงอายุบัตรในเวกัสมันก็เหมือน..เหมือนได้ตั๋วรถไฟไปหาพญายมนั่นแหละ ทั้งเซ็กส์ ยา การพนัน พ่อแม่ปล่อยปละละเลย เจออย่างนี้ทุกวัน พออายุ 21 ก็เคยลองมาหมดทุกอย่างแล้ว

แคทเธอรีน : อย่าพูดให้ฉันอยากฆ่าตัวตายได้มั้ย ฉันมีลูกสาววัยรุ่นนะ

วอร์ริก : โอ๊ย ของเธอน่ะหายห่วง ลินด์ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีแน่ ดูอย่างฉันสิ ฉันก็เกิดและโตในลาสเวกัสเหมือนกัน ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย

นิค : ช่าย แต่นั่นมันก่อนที่เมืองมันจะเจริญขนาดนี้นี่ สมัยโน้นนายไปคาสิโนเพื่อเล่นเกมตู้แค่นั้นเอง พรรคพวก เดี๋ยวนี้ลาสเวกัสมันไม่เหมือนเดิมแล้ว

วอร์ริก : ก็จริง เด็กพวกนั้นรุมซ้อมคนเดินถนนเพียงเพื่อสนองความสะใจของตัวเอง มันน่าจะจับไปอบรมสั่งสอนซะให้เข็ด ให้โดนย่าหวดก้นแรงๆเหมือนฉันตอนเด็กๆ

ซาร่า : นี่ถามจริง ฟังเหมือนพวกนายโยนความผิดให้ผู้ใหญ่กับสิ่งแวดล้อม แต่ไม่โทษเด็กเลย ลองคิดดู เด็กมันไม่เสียเองเพียงเพราะอยู่เมืองนี้หรือพ่อแม่ติดยาหรืออะไรก็เถอะ เด็กโตขนาดนี้แยกแยะได้อยู่แล้วว่าอะไรคือการเที่ยวกลางคืนเอามันส์ อะไรคือการรุมซ้อมคนจนถึงตาย

กริสซั่ม : ความเป็นจริงก็คือ เข็มทิศแห่งมโนธรรมสำนึก อาจจะชี้บอกหนทางที่ถูกต้องให้กับเราได้ แต่ก็ไม่อาจทำให้ตัวเราไปถึงที่นั่น สังคมของเราพร่ำสอนว่า เราไม่ควรจะอับอายกับสิ่งใดๆที่เราทำอีกต่อไป และโชคร้ายที่ว่าเมืองนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยหลักการว่า ความละอายไม่มีในโลก "ทำอะไรก็ทำไป เราไม่บอกใครหรอก" ดังนั้น เมื่อคนเราปราศจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเสียแล้ว ก็ไม่มีอะไรมายับยั้งไม่ให้เราฆาตกรรมผู้อื่น เพราะเราไม่จำเป็นต้องรู้สึกละอายกับสิ่งที่เราทำแม้แต่นิดเดียว

-------
ตอนจบในหนังจึงมีสามคำตอบให้ผู้อ่านเลือกคิด สภาพแวดล้อม ตัวเอง หรือค่านิยมของสังคม เมืองไทยเรายังไม่ถึงขนาดอเมริกา หรือลาสเวกัส ก็จริง แต่เรารู้สึกนะ ว่าด้วยการเห็นดีเห็นงามทางวัฒนธรรม พวกเราก็กำลังไถลไปตามทางที่ว่านั้นนั่นแหละ

ตามเรื่อง เราเข้าใจว่าที่ซาร่าพูดแบบนั้น เพราะตัวซาร่าเอง ก็เจอสภาพแวดล้อมบัดซบในตอนเด็กๆ แต่ก็ยังสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ ตัวเราเองค่อนข้างเห็นด้วยกับเธอ แม้ว่าจริงอยู่ ทุกสิ่งมีส่วนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม ตัวเด็กเอง และค่านิยมของสังคม แต่ไม่ว่าจะยังไง สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตัวเด็กเองนั่นแหละ ที่จะตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร

เพียงแต่สภาพแวดล้อม และสังคม ที่แนะแนวทางในการตัดสินใจนั้น เดี๋ยวนี้ บางครั้งมันก็ชวนขนหัวลุกลึกๆน้อยอยู่เมื่อไหร่

เราโชคดี (ยังคิดว่าตัวเองโชคดีนะ) ที่ตัวเองมีโอกาสได้รับทราบถึงปัญหาแรงๆของเด็ก หรือได้เห็นการกระทำของผู้ใหญ่หลายๆคนที่ชวนหดหู่ใจ แต่บางครั้งฟังแล้วก็อดท้อแท้ และเหนื่อยใจไม่ได้ว่า กำลังของเราแค่นี้ (และหนอนขี้เกียจบนหลังเราอีกเยอะแยะ) นี่จะช่วยเริ่มแก้ไขจากตรงไหนดี ^^;

นึกถึงเรื่องหนัง เน็ต การ์ตูน เกมออนไลน์ ฯลฯ จริงอยู่ว่า มันขึ้นกับตัวผู้เสพสื่อนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม อย่างที่ซาร่าบอกนั่นแหละ เด็กมันแยกแยะได้อยู่แล้ว ว่าแฟนตาซี กับความเป็นจริงต่างกันยังไงแต่ถามว่ามีผลมั้ย เราค่อนข้างเชื่อว่ามีอิทธิพลนะ คนเราเมื่อมองเห็นอะไรบ่อยๆ ประจำซ้ำๆ เป็นปกติ ไม้บรรทัดในใจมันก็ย่อหย่อนลงได้ เมื่อเกิดสิ่งเร้าที่ถูกจริต ความคิดประมาณ Everybody does it หรือ For the sake of Just Once ina Lifetimeก็จะถีบเราหลุดจากสะพานแห่งความยับยั้งชั่งใจไปเอง

รู้สึกว่าเป็นคนเป็นพ่อแม่สมัยนี้นี่แสนยากจริงๆ พ่อแม่สมัยก่อนปล่อยปละละเลยลูกยังไง ปัญหาก็ยังมากไม่ถึงขนาดนี้เลยวุ้ย

Comment

Comment:

Tweet

ตามมาสโตกพี่กบถึงใน exteen 5555

อ่านสปอยไปซะแล้ว 55 อ่านความเห็นของคุณ naranjina แล้วก็เห็นด้วย เดี๋ยวนี้ค่านิยมหลายๆอย่างมันบิดเบี้ยวไปหมด จะโทษตัวเด็กอย่างเดียวคงไม่ได้ คงต้องฝากความหวังไว้ที่ครอบครัวและสถาบันการศึกษาว่าจะช่วยหล่อหลอมให้เด็กมีหัวคิดที่จะแยกแยะผิดถูกให้เป็นล่ะค่ะ

#3 By = a n n = on 2007-08-14 14:15

ยิ่งชอบซาร่ามากเข้าไปใหญ่ พูดได้ใจมาก
เป็นแฟนCSIค่ะ และ...อ่านสปอยล์ไปแล้วด้วย...

เห็นด้วยค่ะว่าทั้งสามปัจจัยล้วนมีผลสำคัญต่อการกระทำของคนเรา

โลกเราสมัยนี้มีอะไรซับซ้อนกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก มีสิ่งยั่วใจมากมาย มาตรฐานทางศีลธรรม มุมมอง ความคิด และอะไรหลายๆอย่างที่บิดเบี้ยวไปจากเดิม เรื่องที่ผิดๆหลายเรื่องก็กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ แม้จะไม่ถูกต้องนัก

ถึงจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆของสังคม แต่ถ้าเราทำดีต่อไป สักวันความดีของเรามันก็จะแผ่ขยายไปที่คนอื่น แล้วก็ต่อไปยังคนอื่นๆต่อไป ถึงจะเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีผลอะไรต่อโลกเสียเลยหรอกค่ะ

เชื่อไว้อย่างนี้ดีกว่าเนอะ... ถ้าคนดีท้อแท้ คนชั่วก็ครองเมืองสิคะ

#1 By naranjina on 2007-08-10 12:49