เทราสเฟียร์ > เจน แอร์ นั่นต้องยกเป็นระดับน้ำเน่าคลาสสิคไปแล้วล่ะ นิยายกอธิครุ่นต่อๆมาก็แตกสาขามาจากนิยายของพี่น้องบร็อนเต้ทั้งน้าน

*Zeda > เห็นด้วย To die for ไม่หนุกเลย หลังจากเรื่องนี้แล้ว พี่ก็ยังไม่ได้ซื้อหนังสือเจ๊ลินดาอีกเลย =_="  อ่าน Nobody's baby but mine ในที่สาธารณะ โอ ทำไปได้นะ XDDD เรื่องของ Kevin คือThis heart of mine (คิดว่านะ) คู่นี้เค้าเจอกันในเล่มไหนซักเล่มก่อนเนี่ย จำไม่ได้ แล้วถึงมาสรุปกันใน This heart of mine 

สรุปว่าซีรีส์ Chicago star เรียงกันดังนี้จ้ะ It Had to Be You (Dan x Phoebe), Heaven Texas (BT x Gracie), Nobody's, ปิดท้ายด้วย Dream a little dream (Gabe x Rachel) แล้วถึงเป็น This heart of mine  

อีกเรื่องที่พี่ชอบของ SEP แต่ไม่ติดโผคือ Lady be good อ่านแล้วขำกึกกักเช่นกัน แนะนำๆ

โบ่โบ๊ > วี้ดๆ โบ่โบ๊ตัวเป็นๆ ไม่ได้คุยกันนานมากๆเลยล่ะ ช่วงนี้ว่างยัง นัดแก๊งเราไปหม่ำกันเถอะ

chic lit พี่ก็อ่านนะ คล้ายๆ contemporary romance แต่เนื้อหาเบาว้องๆกว่า แล้วก็มันคนละอารมณ์กัน 

ต่อๆ

/ 76. Dream A Little Dream - Susan Elizabeth Phillips Contemporary 1998

/ 77. Frederica - Georgette Heyer Classic 1965
นิยายของ Georgette Heyer (ซึ่งเราขอตั้งสมญาว่า มารดาแห่งวงการนิยาย regency) เรื่องไหนๆก็ทั้งฮาทั้งน่ารัก  ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมป้าวลัยฯจับนิยาย GH มาแปลยำซะเกือบครบทุกเรื่อง รู้สึกว่าเรื่องนี้ที่ป้าวลัยเอามายำจะใช้ชื่อว่า ราชันย์ ธนายุฯ นะ ได้อ่านครั้งเป็นละอ่อน ไม่รู้ว่าป้าไปลอกนิยายฝรั่งมา ยังงงๆว่า ทำไมเมืองไทยสมัยโน้นมันมีบอลลูนให้ขึ้นด้วยเรอะ

x 78. Passion - Lisa Valdez Eur Hist 2005

x 79. Voyager - Diana Gabaldon Time-Travel 1994

x 80. The Lady's Tutor - Robin Schone Eur Hist 1999
เอ้อ ง่า Robin Schone เค้าเป็นนักเขียน Erotica ไม่ใช่เหรอ ไหงในนี้ลิสท์เป็น European Historical หว่า

x 81. Morning Glory - Lavryle Spencer Amer Hist 1990

/ 82. Worth Any Price - Lisa Kleypas Eur Hist 2003

x 83. Winter Garden - Adele Ashworth Eur Hist 2000

- 84. My Dearest Enemy - Connie Brockway Eur Hist 1998

- 85. Where Dreams Begin - Lisa Kleypas Eur Hist 2000

/ 86. Devil's Cub - Georgette Heyer Classic 1932
เรื่องนี้ฉบับไทยโดยป้าวลัย ชื่อ คุณชายทมกานต์ น่ารักสุดๆไปเลยอีกเรื่อง พล็อตติงต๊องตามสไตล์ regency (ไม่งั้นจะฮาเรอะ) แต่เสียดายจัง เรื่องที่เราชอบมากที่สุดของ GH ไม่ติดโผล่ะ เรื่องนั้นก็คือ The Masqueraders  หรือ วิหคเหิรฟ้า ที่ป้าวลับเอามาแปลงไทยได้ฮา เว่อร์ เพี้ยน อ่านไปอมยิ้มไปตลอดเรื่อง ขออภัยนะคะ GH แต่เรื่องนี้ฉบับแปลงอ่านแล้วมันส์กว่าต้นฉบับล่ะ

/ 87. Gone Too Far - Suzanne Brockmann Contemporary 2003
บทสรุปของชุดซีลขาโหด อ่านจบก็สาธุ คู่นี้ดำเนินเรื่องกันมาตั้งแต่เล่มแรกๆแล้ว แถมลากชาวบ้านมาวุ่นวายเต็มไปหมด ทั้งๆที่ไม่ใช่ตัวเอก  แต่ในที่สุดก็ได้มีเล่มของตัวเอง จบลงด้วยดีเสียที

- 88. Anyone But You - Jennifer Crusie Contemporary 1996

x 89. For My Lady's Heart - Laura Kinsale Medieval 1993

/ 90. Rising Tides - Nora Roberts Contemporary 1998

x 91. Lover Revealed - J. R. Ward Paranormal 2007

/ 92. Open Season - Linda Howard Contemporary 2001

/ 93. Born In Ice - Nora Roberts Contemporary 1996

/ 94. Ransom - Julie Garwood Medieval 1999

- 95. Venetia - Georgette Heyer Classic 1958

- 96. Miss Wonderful - Loretta Chase Eur Hist 2004

- 97. Ain't She Sweet - Susan Elizabeth Phillips Contemporary 2004

+ 98. The Notorious Rake - Mary Balogh Eur Hist 1992
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านมาก >_< พระเอกเจ้าชู้ขี้เล่นนี่เป็นอะไรที่ MB เขียนแล้วได้ใจสุดๆ ไม่เชื่อโปรดไปอ่าน The Wrong Door กับ Precious Rogue ที่ข้าพเจ้าแปลไว้ในเว็บ

/ 99. The Prize - Julie Garwood Medieval 1991

x 100. Slave To Sensation - Nalini Singh Paranormal 2006

ผลวิเคราะห์สักเล็กน้อย โผครั้งนี้ นักเขียนที่มีหนังสือติดอันดับมากๆ ได้แก่

Linda Howard, Lisa Kleypas, Susan E. Phillips คนละ 8 เรื่อง O_O;

Judith McNaught  7 เรื่อง

Julie Garwood  6 เรื่อง

Mary Balogh, Nora Roberts/J.D. Robb คนละ 5 เรื่อง 
 
Loretta Chase, Mary Jo Putney, Julia Quinn, J.R. Ward/Jessica Bird  คนละ 4 เรื่อง (โธ่ MJP งวดก่อนได้ตั้ง 7 เรื่องเชียวนะ)

เฉพาะนิยายของ 11 คนนี้ ก็ปาเข้าไป 63 เรื่องแล้ว 
 
รวมสรุป ข้าพเจ้าอ่านไปแล้ว 55 เรื่อง (รวม Dreaming of You แล้ว) เกินครึ่งๆ ^_^

พูดถึง Dreaming of You หน่อย

รีวิวสั้นๆ
นางฟ้ากับซาตาน เน่าาาาาาาา โรแม้งงงงโรแม้ง หวานซ้าาาา เข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบ แต่ไม่ใช่สไตล์ที่เราอ่าน

รีวิวยาวๆ (สปอย+ติดเรทเล็กน้อย อยากอ่าน ctrl+a ก็แล้วกัน)

พระเอก...มีความหลังขมขื่นตามแบบฉบับ dark alpha male ที่ดี แต่เรื่องนี้ท่านออกจะระยำตำบอนกว่าปกติสักเล็กน้อย คือ แม่ไปคลอดทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำ โตขึ้นมากะพวกโสเภณี วัยเด็กทำอาชีพกวาดปล่องไฟ โตขึ้นมาก็ลักเล็กขโมยน้อย เป็นจิ๊กโกโล่มั่ง ขุดศพขายมั่ง ฯลฯ ปากกัดตีนถีบจนได้เปิดบ่อนการพนันร่ำรวยเป็นไมดาส 

เมื่อชีวิตพระเอกบัดซบได้ถึงใจพระเดชพระคุณช่นนี้แล้ว นางเอกตามแบบฉบับจึงเหลือทางเลือกอยู่ไม่กี่ช้อยส์ อันได้แก่ แม่พระ นางฟ้า เทพธิดาผู้อารี และแน่นอนว่า ต้องบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา มิเคยมีกิเลสตัณหาใดๆมากล้ำกราย (จนกระทั่งมาเจอพระเอก เพราะยังไงเธอก็เป็นนางเอก ไม่ใช่แม่ชี)

มาถึงตอนนี้ก็ยังรับได้นะ พระเอกคาแรคเตอร์น่าสนใจ น่าติดตามว่าจะขุดตัวเองขึ้นมาจากหลุมนรกได้ยังไง นางเอกก็สไตล์วานิลลานมสด เนื้อเรื่องชุกชุมด้วยฝูงยุงที่ทำทักษิณาวรรษเวียน อันเป็นธรรมชาติของนิยาย romance  ในแง่การเขียน การบิวท์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทำได้ดี บทพระนางก็ใช้ได้ ทุกอย่างเป็นสูตรสำเร็จตามปกติ

แต่...

ไม่ใช่สไตล์ที่เราอ่านอ้ะ มันช่าง...ง่า มีอะไรที่คน insensitive อย่างเราอ่านแล้วอึ้ง+ฮาไม่มีกาละเทศะอยู่หลายตอน เช่น นางเอกผู้แสนดีเธอเป็นนักเขียนค่ะ เขียนนิยายเกี่ยวกับโสเภณี เขียนให้คนติดตามได้ทั้งเมือง ทั้งๆที่ไม่เคยหาข้อมูล (เธอหน่อมแน้มปานนั้น จะเขียนได้สมจริงยังไงหว่า ข้าพเจ้าเกาหัวแกรก)

เมื่อนางเอกเขียนเรื่องแรกประสบความสำเร็จ ยังเสียงสรรเสริญจากแฟนานุแฟนโดนถ้วนทั่ว (ตั้งแต่ท่านดยุคจนถึงคุณตัวทั้งหลาย) เธอจึงบังเกิดไฟอยากเขียนต่อ จรลีเข้ามาในถนนโคมแดงหาข้อมูลเพิ่มเติม ด้วยการยืนแป๊วแว้วอยู่ที่มุมตึกแล้วสังเกตคนที่เดินผ่านไปมา (อ้อ เธอพกปืนไปด้วยล่ะเออ)

ชะตา(ปลายปากกาคนเขียน)ชักนำให้เธอบังเอิญได้พบเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังโดนซ้อมปางตาย เธอตัดสินใจเอาปืนที่พกมาด้วยยิงขู่นักเลงที่รุมสกรัมพระเอกอยู่ แต่เนื่องจากฝีมือห่วย โป้งเดียว หนึ่งในกุ๊ยเลย...ชะตาขาด (อาเมน)

ประการแรกที่ทำให้ข้าพเจ้ากระพริบตาปริบๆก็คือ...แบบว่า นางเอกเค้ารู้สึกว่าการฆ่าคน (ที่ไม่รู้จัก) เพื่อช่วยคน (ที่ไม่รู้จักอีกนั่นแหละ) เป็นเรื่องปกติ๊ปกติ (รู้ได้ยังไง้ว่าคนไหนดีคนไหนร้าย! /meล้มโต๊ะ!) เพราะงั้นนางเอกก็รู้สึกผิดอยู่ประมาณ 2 ประโยคถ้วน (นางฟ้าฆ่าคนตายแล้วค่อนข้างเฉยได้อย่างไร ยังเป็นปริศนา) ก็อย่างว่าล่ะนะ คนที่ตายมันไม่มียี่ห้อพระเอกพะไว้นี่นะ

ไม่นานนัก นางเอกผู้แสนอินโนและสูงส่งก็กระสันต้องการจะไปงานเลี้ยงสวมหน้ากากสุดเซ็กซี่ (อ่านถึงตรงนี้ข้าพเจ้าพรูดดดเลยล่ะ)  เลยไปขอให้พวกโสเภณีแต่งเนื้อแต่งตัวแบบล่อตะเข้สุดๆให้ ซึ่งนางเอกก็โชว์อึ๋มกรีดกรายโดยมิได้แสดงความเอียงอายเลยแม้แต่น้อยนิด (แบบว่าเธออินโนเซ้นต์อ้ะนะ ต้องเข้าใจ)

แน่นอนว่า ที่จะขาดไม่ได้ ก็คือ... เดาออกมั้ยคะ ก็คือ นางอิจฉาค่ะ  มีนางอิจฉาจอมกรี๊ด ร่านสวาท ที่อยากได้พระเอกจนหน้ามืดตามัวจนดำเนินการต่างๆนานา  (นี่ถ้ามีคุณนายแม่จิกหัวด่าว่าไพร่ เค้าต้องนึกว่าดูละครช่องเจ็ดอยู่แน่ๆเลย)

ที่เป็นทึ่งก็คือ พระเอกเรื่องนี้ไปนอนกะคนอื่นที่ไม่ใช่นางเอกทั้งๆที่ยังรักนางเอกล่ะ ปกตินิยาย romance จะไม่มีเลยนะแบบนี้ หายากนะ แปลกดี คือหมอเศร้ามากที่ต้องไล่นางเอกไป เลยไปนอนกะโสเภณีที่หน้าตาคล้ายๆนางเอก ซึ่งทำให้นางเอกรู้ซึ้งถึงความรักของพระเอก และซาบซึ้งจนบังเกิดความสงสารพระเอกที่ตรอมใจว่าตนเองไม่คู่ควรกับนางเอก (แต่จริงๆแล้วคนเขียนเค้าก็เขียนตรงนี้ได้ดีนะ เพียงแต่เราเห็นว่ามันแปลกดี)

ช่วงครึ่งหลัง ข้าพเจ้าเปิดผ่านๆแล้วล่ะ เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็แฮปปี้เอนดิ้งสตรอเบอรี่ตามสูตร พระเอกจำใจ(จริงเร้อ)แต่งงานกับนางเอกเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของนางเอก นางเอกอ้อนยั่วให้พระเอกช่วยรับพรหมจารีไปที(มันอะไรของม้านนนน) ในที่สุดพระเอกก็รู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอจะเอ่ยคำรักกับนางเอกได้ (สาธุ) ธรรมะชนะอธรรม นางอิจฉาถูกสั่งสอนและนำไปควบคุมตัวให้พ้นจากชีวิตผาสุกของพระนาง ขาดอย่างเดียว อยากให้พระเอกสำนึกแล้วเลิกธุรกิจชั่วๆเร็วกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ว่าเลิกเพราะจะมีลูก (เค้าขอมากไปมั้ยเนี่ย)

แต่ต้องออกตัวว่า ที่ได้อ่านงวดนี้ไม่ใช่ต้นฉบับภาษาอังกฤษ จึงเป็นไปได้ที่ความสนุก(?)จะถูกบั่นทอนลงเนื่องจากผ่านกระบวนการแปล แต่...เค้าก็คงไม่กล้าอ่านงานของ Lisa Kleypas ไปอีกพักนึงแล้วล่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะพี่กบ TvT แต่ปัญหาคือยังไม่ได้เซฟมันก็ปิ๋วไปซะแล้วนี่สิ... ORZ

#7 By hikaru on 2008-03-24 13:49

XD แฮ่ ใจชื้นขึ้นแยะ สู้ๆ~~

#6 By hikaru on 2008-03-15 22:06

>_< คิดว่าคนๆนั้นคงไม่ได้ใช้ชีวิตแบบไท้ยไทยที่ต่างประเทศหรอกค่ะพี่กบ แต่ว่าเหมือนเค้าไม่คิดว่าสิ่งที่เค้าได้รับมาเป็นโอกาสที่ดีมากหรือสิ่งที่น่าดีใจน่ะค่ะ ทำให้เราอดเสียดาย(แทน)ไม่ได้

พูดถึงใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ถ้าไม่ได้ทำกิจกรรมเยอะๆแบบที่พี่กบเคยทำ ปอว่าน่าเสียดายหมดล่ะ แฟน(ไม่รู้จะยังเรียกยังงี้ได้อยู่มั้ย)ของปอก็ไม่ค่อยทำกิจกรรม แต่เล่นกีฬาค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวกับพวกเพื่อนๆคนมาเลเชีย แต่เป็นเที่ยวแบบ ดูหนัง ดูละคร ทัศนศึกษาต่างเมือง ไปดูนิทรรศการ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ ไม่ค่อยลุยเหมือนที่พี่กบทำ เช่น ไปสร้างบ้าน (ฮ่า) อาจจะขึ้นอยู่กับนโยบายมหาวิทยาลัยรึเปล่านะ?

ส่วนปอ ปออยากไปลองแบบพี่กบมากกว่า (จะมีโอกาสมั้ยเนี่ย แก่แล้ว...)

#5 By hikaru on 2008-03-13 14:21

มาฮาส่วนที่ต้อง Ctrl+a ค่ะ
....อืม สามารถ - -b

#4 By W★G on 2008-02-18 20:41

sad smile แหะๆ คือจริงๆก็เข้าเน็ตอ่านนู่นอ่านนี่อยู่เรื่อยๆฮับ แต่ไม่ค่อยแปะอะไร

ช่วงนี้เริ่มว่างแล้วฮับ ไว้ไปกินเค้กกันนะ cry

#3 By bowbow (203.148.162.193) on 2008-02-18 10:33

ชุดนี้ไม่เคยอ่านเลยแฮะ....confused smile
ยาวจริงครับ

หลายเรื่องน่าสนใจมากๆ

#1 By หูใหญ่ on 2008-02-17 23:27