Amazing Grace

posted on 21 Mar 2009 15:59 by chihaya in Movies

เร็วๆนี้ได้อ่านการ์ตูนเรื่อง Devil and her love song ที่นางเอกชอบร้องเพลง Amazing Grace  ก็เลยอยากจะอัพบล็อกขึ้นมา แต่ที่จะเขียนถึงไม่ใช่การ์ตูนหรอกนะ เพราะถึงภาพจะสวยมาก แต่เนื้อเรื่องน่าเบื่อบอกไม่ถูก แถมเนื้อหาประเภทนางเอกถูกเพื่อนรังแกในโรงเรียนก็ไม่ถูกสเป็ค

ที่จะเขียนถึงวันนี้คือเพลง Amazing Grace ซึ่งเป็นเพลงที่เรียกว่าเป็น The most beloved song ของอเมริกันชน  ทหารทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ต่างร้องเพลง Amazing Grace ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ  เพลงนี้ถูกนำมาใช้เป็นเพลงอำลาศพในพิธีของอินเดียนแดงเผ่าเชโรกี และยังถูกนำมาร้องในโอกาสสำคัญๆนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นในวันที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวสุนทรพจน์ I had a dream  วันที่ เนลสัน เมนเดลลา ถูกปล่อยตัวจากที่คุมขัง  และยามเมื่อกำแพงเบอร์ลินถูกพังทลายลง 

ผู้ประพันธ์เนื้อร้องของเพลง Amazing Grace คือ ชาวอังกฤษ ชื่อว่า จอห์น นิวตัน ซึ่งมีประวัติโลดโผนจนถูกนำมาทำสร้างหนังเรื่อง Amazing Grace มาแล้ว  จอห์น นิวตัน เป็นนักเรียนทหารเรือที่ทนกับกฎระเบียบอันเคร่งครัดไม่ไหว และจนต้องหันไปทำงานบนเรือค้าทาส แต่กลับพบว่าชีวิตบนเรือค้าทาสนั้นทารุณยิ่งกว่านรก เขาถูกใช้งานอย่างป่าเถื่อนและลงโทษอย่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรม  ถึงกระนั้น ต่อมาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจนหลุดจากขุมนรกมาแล้ว ก็ไม่ได้สำนึก ทั้งยังผันตัวเองมาเปิดกิจการค้าทาสเองเสียอีก (แบบว่า ฉันโดนทารุณมา ฉันก็ทารุณชาวบ้านต่อไป) 

การค้าทาสที่ว่านี้คือ การไปไล่ล่ากวาดต้อนคนดำจากทวีปแอฟริกาและหมู่เกาะต่างๆมาเป็นแรงงานให้กับคนขาว ทั้งรับใช้ในบ้าน ทำงานในไร่ โดยไม่มีค่าแรง และอยู่ในฐานะที่ต่ำพอๆกับสัตว์  เราเห็นภาพการกวาดต้อนคนดำขึ้นเรือและเครื่องมือชนิดต่างๆที่ใช้ทารุณแล้วน้ำตาแทบไหล  แต่ความคิดที่ว่า ฉันสูงกว่าเธอ ฉันประเสริฐกว่าเธอ เพราะสีผิวเราไม่เหมือนกันนั้น เป็นความคิดที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วไปในสมัยนั้น ขนาดที่เมื่อมีความพยายามจะออกกฎหมายเลิกการนำทาสเข้ามาในอังกฤษ และผู้เปิดประเด็นได้ให้เหตุผลว่า ในสายตาของพระเจ้าแล้วมนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน  วุฒิสมาชิกคนหนึ่งในสภาขุนนางของอังกฤษกลับแย้งอย่างเผ็ดร้อนด้วยซ้ำว่า พวกมันน่ะเหรอ มนุษย์!

กลับเข้าเรื่องต่อ เหตุการณ์สำคัญที่มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของจอห์น นิวตัน เกิดขึ้นกลางมหาสมุทรคืนหนึ่งขณะที่เขากำลังคุมทาสกลับมาขาย คืนนั้นเกิดพายุใหญ่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนเรือของนิวตัน แทบจะอัปปางลง  ในยามที่กำลังอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายนั่นเอง เขาได้ร้องเรียก อ้อนวอนขอความเมตตาต่อพระผู้เป็นเจ้า  และในวันที่เรือได้กลับมาถึงฝั่งประเทศอังกฤษ เขาก็ได้เริ่มเข้าสู่เส้นทางของความศรัทธา และนับถือศาสนาคริสต์อย่างจริงจัง  วันนั้นคือวันที่ 21 มี.ค. 1748

ถ้าเป็นหนังหรือนิยายก็คงต้องดำเนินเรื่องต่อว่า “หลังจากนั้นนิวตันก็เลิกการค้าทาสโดยเด็ดขาด” แต่ชีวิตจริงไม่สวยงามถึงขนาดนั้น  นิวตันยังตั้งหน้าตั้งตาค้าทาสต่อไปโดยไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งมีอาการของโรคหัวใจ จึงปลดเกษียณตัวเอง อย่างไรก็ตาม มีบันทึกว่า เขาได้กำชับให้คนของเขาบนเรือปฏิบัติต่อคนดำที่จับมาได้อย่างเมตตา (แม้จะไปพรากแม่พรากลูก พรากบ้านพรากเรือนเขามา เพื่อจะเอาเขามาขายก็เถอะ)  หลังจากเลิกเป็นพ่อค้าทาสแล้วนิวตันก็หันมาตั้งอกตั้งใจรับใช้ศาสนา จนกระทั่งได้เป็นบาทหลวงสำเร็จ และแต่งเพลง Amazing Grace อันไพเราะและกินใจ ออกมาเป็นเพลงสวดสรรเสริญพระเจ้า (Hymn) ที่กระหึ่มในดวงใจของคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลก

ทำนองเพลงของ Amazing Grace ยังขึ้นชื่อผู้ประพันธ์ว่า Unknown แต่มีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะดัดแปลงมาจากเพลงปี่สก็อต หรือเพลงไอริช เพราะมีสไตล์ของทำนองที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก ในหนังเรื่อง Brave heart ก็มีการบรรเลงเพลงนี้ด้วยปี่สก็อตที่ไพเราะโหยหวนจนใจจะขาดตาม ใครสนใจลองไปหามาฟังกันดู

ถึงแม้ว่าประวัติของ Amazing Grace จะไม่ได้หวือหวาน่าประทับใจเว่อร์ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของเพลงลดน้อยด้อยลง  เพลงนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องหมายของการปลอบประโลม และการเรียกร้องความเท่าเทียมกันในสังคม (เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่านิวตันเลิกค้าทาสเพราะหันมานับถือศาสนาคริสต์) และใครต่อใครก็ยังจะคงประทับใจ ความหมายอันแสนกินใจและเปี่ยมไปด้วยความศรัทธานี้อีกนานเท่านาน

Amazing Grace ถูกนำมาขับร้องอยู่หลายเวอร์ชั่น ที่ถือว่าคลาสสิกที่สุดก็คือ เวอร์ชั่นที่ร้องโดย Judy Collins เมื่อปี 1970  แต่ที่เอามานำเสนอวันนี้ร้องโดย Leann Rimes

Amazing grace. How sweet the sound
That saved a wretch like me
I once was lost, but now am found
Was blind but now I see

Twas grace that taught my heart to fear
And grace my fears relieved
How precious did that grace appear
The hour I first believed

Through many dangers, toils and snares
I have already overcome
‘Tis grace that led me safe thus far
And grace will bring me home

When we've been there a thousand years
Bright shining as the sun
We've no less days to sing God's praise
Than when we first begun

Comment

Comment:

Tweet

พึ่งกลับมาจากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่แอฟริกาใต้
เห็นแล้วเข้าใจการแบ่งแยกสีผิวจริงๆ
ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่เยอะต่อให้เขาเลิกการแบ่งแยกไปแล้วก็เถอะ

#9 By Unknown (27.55.2.214) on 2012-02-26 02:11

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ ไม่คิดว่าคนแต่งจะเป็นบาทหลวงที่ในอดีตเคยเป็นคนค้าทาส

#8 By KuReiki ShiOn on 2011-09-21 22:21

ขอบคุณที่มาแบ่งปันข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์นะคะ ขอนำบางส่วนไปใช้ในการทำงานด้วย

#7 By มะระหวาน (58.10.84.14) on 2010-08-07 17:32

พรชอบเพลงนี้มากค่ะพี่กบ

อาจจะเพราะ เป็นเพลงแรกที่พรร้องได้ครบทุกแนว(ที่มีในวง) แล้วก็ชอบเพลงแนวcanonอย่างเพลงนี้

เวลาร้องกะเพื่อนๆนี่ รู้สึกว่าจิตสงบมากค่ะbig smile

ขอบคุณสำหรับเวอร์ชั่นที่พี่กบนำมาให้ฟังนะคะ

#6 By ++Rene_Reclu$e++ on 2009-03-22 22:29

อ่า เพลงโปรดเลยค่ะ ชอบเพลงนี้อยู่เหมือนกัน
รู้สึกเป็นเพลงที่ดีจริงๆ

อ่านเม้นพี่เกด สุดยอดจริงๆแต่งแบบสะท้อนความจริงมากๆ

#5 By Misaki_Eroi*2 on 2009-03-22 13:34

เพิ่งรู้ที่มาของเพลงนี้ ขอบคุณที่เอามาฝากค่ะพี่กบ
กลอนที่น้องเกตุโพสไว้ อ่านแล้วขนลุกเลย ไม่แปลกใจทำไมถึงได้รางวัล big smile

#4 By = a n n = on 2009-03-21 21:13

อ๋ะ... ไอชอบเพลง Amazing grace เช่นกันค่ะ surprised smile

#3 By Airin on 2009-03-21 19:19

ความศิวิไลซ์ทำให้เกิดดูถูกเผ่าพันธุ์อื่น - -

เห็นแล้วนึกถึงกลอนที่มีเด็กผิวดำประกวดแล้วได้รางวัลชนะเลิศของ UN ปี 2007 เลยค่ะพี่กบ

When I born, I Black,

When I grow up, I Black, When I go in Sun, I Black,

When I scared, I Black,
When I sick, I Black, And when I die, I still black..



And you White fella,

When you born, you Pink, When you grow up,you White,

When you go in Sun, you Red,

When you cold, you Blue, When you scared, you Yellow,
When you sick, you Green,

And when you die, you Gray..



And you calling me Colored ??
-_-

#2 By W★G on 2009-03-21 18:04

สุดยอดจริงๆคะเพลงนี้

ฟังแล้วออกอาการตกอยู่ในภวังของเพลง



big smile