เชยจัง เพิ่งจะรู้ว่าหนังสือชุด A Wrinkle in Time ของ Madeleine L'Engle มีสนพ.ไทยซื้อลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์จนจบไปนานแล้ว  ตอนแรกเข้าใจว่าเค้าพิมพ์เฉพาะเล่มแรกเท่านั้น

A Wrinkle in Time เป็นวรรณกรรมเยาวชนแนวแฟนตาซีไซไฟ  บางทีก็เรียกว่า Time Quartet เพราะทั้งสี่เรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับ "เวลา"
 
 
ย่นเวลาทะลุมิติ A Wrinkle in Time

 
"การผจญภัยเริ่มขึ้นเมื่อมีแขกแปลกหน้ามาเยี่ยมเยือน เม็ก น้องชาย และแม่ของเธอยามวิกาล ตามมาด้วยการที่พ่อของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับในขณะดำเนินการทดลองเรื่องการ เดินทางข้ามเวลาในมิติที่ ๕ และในที่สุดเม็ก น้องชาย และเพื่อนรักของเธอ ก็ต้องออกตามหาพ่อ แต่ระหว่างการเดินทางมีอุปสรรคมากมายให้พวกเขาได้ต่อสู้และเรียนรู้ที่จะ สามัคคีกัน พวกเขาจะต้องพบกับอะไรบ้าง? และจะฟันฝ่าเหตุการณ์ร้ายๆ มาได้อย่างไร?"

เป็นเล่มที่ชอบที่สุดในชุด สมัยนั้นเป็นเด็กน้อย อ่านแล้วติดหนึบหนับ วาง.ไม่.ลง. ถ้าเอาหัวมุดเข้าไปอยู่ในหนังสือได้คงทำไปแล้ว  เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาลึกซึ้ง แต่ก็เข้าใจได้ชัดเจนมากที่สุดในบรรดา 4 เล่ม ไม่น่าแปลกใจที่ได้รางวัล Newbery Medal มาครอบครอง


ข้ามมิติพิชิตจักรวาล A Wind in the door


"เมื่อ ชาร์ลส์ วอลเลซ น้องคนเล็กของครอบครัวเมอร์รี่ล้มป่วนด้วยโรคที่หาสาเหตุไม่เจอ  เม็ก พี่สาวคนโต ค้นพบว่าอาการของน้องชายเกี่ยวโยงกับรอยฉีกในจักรวาลอันห่างไกลที่นักวิทยา ศาสตร์ทั่วโลกกำลังกังวลอยู่ หากจะช่วยชีวิตน้องเม็กต้องกอบกู้จักรวาลทั้งหมดไปพร้อมๆ กันด้วย เม็กและผองเพื่อนผู้แปลกประหลาดมหัศจรรย์ จึงออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจครั้งใหญ่นี้ ก่อนที่จักรวาลทั้งหมดจะถูกลบหายไปตลอดกาล..."


เป็นเรื่องที่อ่านแล้วงุนงงกับอีตาชาร์ลส์ วอลเลซ มาก สนุกน่ะ สนุกแน่ แต่มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนในทางปรัชญา ซะจนรู้สึกอับอายในไอคิวของตัวเองอย่างยิ่ง  ชาร์ลส์ วอลเลซ ฉันรู้นะว่าเธอเป็นอัจฉริยะ แต่การนำ Mitochondria มาขว้างใส่หน้าข้าพเจ้ามันโหดร้ายไปหน่อย เล่มนี้เป็นอารมณ์เดียวกับการอ่านหนังสือของ L'Engle เรื่องอื่นๆ คือ มึนกระโหลกแตก 


ย้อนเวลาหยุดสงครามนิวเคลียร์ A Swiftly Tilting Planet
 

"ชาร์ลส์ วอลเลซ เกร็งมือจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะจังแผงคอดกหนาของยูนิคอร์นไว้แน่น ขณะที่มันเริ่มออกวิ่งตะกายไปบนยอดหญ้าขึ้นเนินเขาแล้วเหวี่ยงตัวสู่อากาศ วิ่งลู่ไปกับสายลม ทะยานลิ่วไปเรื่อยๆ จนอยู่เหนือมู่ดาว...ชาร์ลส์ วอลเลซ เด็กชายอายุสิบห้ากับยูนิคอร์น ออกเดินทางฝ่าอันตรายข้ามมิติเวลา เพื่อพิทักษ์โลกจากหายนะ พร้อมด้วยคาถาโบราณจาก คุณนานโอคีฟ หญิงชราผู้กุมความลับสำคัญไว้ การผจญภัยข้ามิติเวลาของเขาจะสามารถหยุดยั้งแฟนการร้ายทำลายโลกได้ทันเวลา หรือไม่? ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเขาพร้อมกันได้แล้ว"

แอบขออนุญาตแซวว่า ชื่อเรื่อง เอปิคอลัง หนังบิ๊กซีนีม่ามากๆ XDD  เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกว่าคนเขียนช่างสร้างสรรค์ ชื่อตอนแต่ละตน กิ๊บเก๋ยูเรก้า อย่างแรง เพราะเป็นการร่ายกลอน St. Patrick's Rune ที่อ่านทีไร ก็ขนลุกไปซะทุกครั้ง แต่ละวรรคของกลอนคือชื่อแต่ละบท ซึ่งผูกโยงกับเนื้อหาในบทนั้นๆ เรารู้สึกว่าเล่มนี้ค่อนข้างเป็นแนวผจญภัยนิดๆ ซึ่งถูกจริตเรามาก
 

ข้ามเวลาพิทักษ์โลก Many Waters
 
 
"จากการเล่นซนของเด็กชายฝาแฝด แซนดี และ เดนนิส ทำให้พวกเขาย้อนเวลากลับไปยังอดีต และได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวโนอาห์ มนุษย์ร่างเล็กและเซราฟิม  คู่แฝดสร้างความเปลี่ยนแปลงอันดีให้ครอบครัวโนอาห์ ทั้งการให้อภัย ความรัก ความเสียสละ ความสูญเสีย ทั้งทำให้โนอาห์และพ่อของเขาคืนดีกัน การสูญเสีย รวมไปถึงความเกลียดชังที่เหล่าเนฟิลิมร่วมกันหาหนทางทำลายพวกเขา วันหนึ่งโนอาห์ได้รับคำสั่งจากพระเจ้าให้สร้างเรือขนาดใหญ่ไว้อพยพสิ่งมี ชีวิตจากน้ำท่วมโลก พวกเขาช่วยโนอาห์สร้างเรือก่อนที่เรือจะสร้างเสร็จพวกเขาก็เดินทางกลับบ้าน ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ ดำเนินไปอย่างที่มันเคยเป็น..."

แล้วก็มาถึงเรื่องที่ชอบเป็นอันดับสองคื่อ Many Waters เพราะ...ฝาแฝดตรงหน้าปกหล่อโฮก เอ๊ย เนื้อเรื่องสนุก เพ้อพก ลัลล้า และฉีกแนวจากสามเล่มแรกพอสมควร  เรื่องนี้จะไบเบิลจ๋าสักเล็กน้อย เพราะแซนดี้ กับเดนนี่ส์ โดนกาลเวลาดีดส่งไปสมัยไบเบิล แถมยังมีเทพต่างๆที่อารมณ์ประมาณไบเบิล และ Qabalah โผล่ออกมาเต็มไปหมด (ดีนะไม่มีเซฟิรอท)
 
สำหรับเราแล้ว คิดว่า เรื่องนี้กลิ่นไซไฟเจือจางที่สุดในพรรคพรรคทั้ง 4 เล่ม  Many Waters กับเรามีความหลังสืบสานกันไปยาวนาน เพราะเป็นเรื่องแรกที่ได้ลองหัดแปลหนังสือจริงๆจังๆ ประมาณว่า เขียนด้วยดินสอลงในสมุด แล้วเอาไปให้เพื่อนอ่านแบบเป็นล่ำเป็นสัน ตอนที่เพื่อนอ่านแล้วบอกว่ารู้เรื่อง และสนุกดี เวลานั้นเป็นปลื้มมากๆ

ทั้งสี่เล่มไม่ได้อุดหนุนภาคภาษาไทย เลยไม่รู้ว่าแปลดีไหม  แต่คิดว่าในเมืองไทยกระแสคงจะดับขุดไม่เกิด เพราะไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย น่าเสียดายเหลือเกิน ทั้งๆที่เป็นหนังสือระดับขึ้นหิ้งที่คลาสสิกชุดหนึ่ง
 
--
เพิ่มเติม:
สำหรับคนที่อยากซื้อฉบับภาษาไทย เป็นของสำนักพิมพ์มติชนนะคะ แต่หน้าปกไม่ใช่ชุดนี้
 

Comment

Comment:

Tweet

สำนักพิมพ์มติชน ค่ะ แต่ไม่ได้ใช้หน้าปกนี้นะคะ

#2 By chihaya on 2010-11-14 12:29

สำนักพิมพ์ไหนครับ จะไปตามหามาอ่าน